เกษตรกรชายแดน อำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เร่งกรีดยางพาราไปขายแม้จะเป็นช่วงปิดหน้ายาง ใส่ปุ๋ยบำรุงต้น เพื่อหาเงินใช้จ่ายในครอบครัว ชำระหนี้ และเก็บสำรองไว้เป็นค่าน้ำมันรถอพยพ หากมีการปะทะอีกรอบ 3 โอดช่วงสู้รบ 2 รอบที่ผ่านมาขาดรายได้หลายหมื่น ทุกวันนี้ยังต้องอยู่แบบหวาดระแวง
วันที่ 11 ก.พ.69 เกษตรกร ชาวอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ต่างพากันเร่งกรีดยางพาราไปขาย แม้จะเป็นช่วงปิดหน้ายางเพื่อพักใส่ปุ๋ยบำรุงต้นตามฤดูกาล แต่หลายคนก็ยอมที่จะกรีดเพื่อนำน้ำยางไปขาย หาเงินใช้จ่ายในครอบครัว ชำระหนี้สิน และบางส่วนก็ต้องเก็บสำรองไว้เป็นค่าน้ำมันรถและค่าใช้จ่ายในการอพยพ หากมีการปะทะอีกเป็นรอบที่ 3 เพราะตอนนี้สถานการณ์แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ยังไม่ปกติกัมพูชายังคงสร้างสถานการณ์ยั่วยุรายวัน จึงไม่รู้ว่าจะมีการปะทะกันอีกหรือไม่ ทำให้ต้องอยู่แบบหวาดระแวง โดยเกษตรกรบอกว่าการกรีดยางช่วงปิดหน้ายาง แม้จะได้น้ำยางน้อย และเสี่ยงที่จะทำให้ต้นยางไม่สมบูรณ์ แต่ก็จำเป็นเพราะช่วงที่มีการสู้รบ 2 รอบที่ผ่านมา ซึ่งต้องอพยพออกจากพื้นที่ไม่ได้กรีดยางเลย ทำให้สูญเสียรายได้ไปหลายหมื่นบาท บางคนต้องไปกู้ยืมเงินเป็นหนี้เป็นสินเพิ่มอีก จึงยอมเสี่ยงที่จะกรีดยางขายช่วงปิดหน้ายาง
นางทองปาน สุวรรณไตร เกษตรกร ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด บอกว่า ครอบครัวมีอาชีพหลักคือทำสวนยางพารา ว่างเว้นจากช่วงกรีดยางก็จะไปรับจ้าง เพื่อหาเงินใช้จ่ายในครอบครัว แต่ช่วงที่มีการสู้รบและต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย ก็ไม่มีรายได้เข้าครอบครัวเลย ช่วงนี้เหตุการณ์สงบจึงต้องเร่งเข้าไปกรีดยางเพื่อนำยางก้อนถ้วยไปขาย แม้จะเป็นช่วงปิดหน้ายาง ซึ่งตามฤดูกาลจะปิดหน้ายางสิ้นเดือน ม.ค. ถึงเดือน เม.ย. แต่ก็จำเป็นต้องกรีด เพื่อหาเงินเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว ชำระหนี้สิน และบางส่วนต้องเก็บสำรองไว้เป็นค่าน้ำมันรถในการอพยพ หากมีการปะทะอีกเป็นรอบที่ 3 ซึ่งจะมีรายได้จากการขายยางก้อนถ้วยเฉลี่ยวันละ 1,000 บาท








