ข่าวภูมิภาค

น้ำตาคนจน! เซ็นพยานเงินกู้แต่โดนฟ้อง 7 ล้าน หญิงบุรีรัมย์จ่อทิ้งหลานเข้าเรือนจำ

แชร์ข่าว

หญิงวัย 54 ปีถึงกับหลั่งน้ำตากับหลาน 2 คน หลังจากถูกนายทุนเงินกู้ฟ้องศาลข้อหาฉ้อโกง เจ้าตัวพูดไม่ออก แค่ไปเซ็นต์เป็นพยานเงินกู้ให้กับลูกสาวที่หายสาบสูญ แต่โดนฟ้องเป็นจำเลยที่ 1 จ่อเข้าเรือนจำเพราะไม่มีเงินแม้ประกันตัว วอนหน่วยงานรัฐช่วยเหลือ

วันที่ 11 ก.พ.2569 เพจศูนย์แจ้งข่าวบุรีรัมย์ได้รับการร้องอยากให้ผู้รู้กฎหมายหรือผู้ใจบุญเข้ามาช่วยเหลือ หลังศาลมีหมายนัดให้ไปขึ้นศาลวันที่ 16 ก.พ.ในคดีที่นายทุนเงินกู้ฟ้องฐานฉ้อโกง 7 ล้านบาท และจะต้องทิ้งหลาน 2 คนไว้ตามลำพัง เพื่อเตรียมเข้าเรือนจำเพราะไม่มีเงินประกันตัวเอง ในเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ที่บ้านแห่งหนึ่ง ในหมู่ 12 ต.จันดุม อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ โดยได้พบนางไฮ (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี ซึ่งอยู่กับหลานสาวอายุเพียง 10 ขวบและ 5 ขวบรวม 2 คน นางไฮเล่าว่า เมื่อประมาณปี 2559 ลูกสาวเอาที่ดินของสามีคือลูกเขยของตน เนื้อที่ 17 ไร่ ซึ่งหลักฐานที่ดินจะเป็น ภ.ท.บ.5 (เป็นหลักฐานเอกสารแสดงการเสียภาษีให้กัง อบต.หรือเทศบาลเพื่อใช้ประโยชน์บนที่ดินโดยไม่ใช่เอกสารสิทธิ์กรรมสิทธิ์ที่ดินตามกฎหมายไม่ใช่ออกจากกรมที่ดิน)ในนั้นมีรีสอร์ตที่ลูกเขยได้สร้างไว้แต่ยังไม่เสร็จ ประมาณ 5 หลังรวมอยู่ด้วย ไปกู้เงินกับนายทุนเงินกู้รายใหญ่ที่ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ที่ตนรู้เพราะนายทุนให้ลูกสาวหาคนมาเซ็นเป็นพยานด้วย ลูกสาวจึงให้ตนไปเซ็นเป็นพยาน โดยทำกันที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน บ้านฉันเพล หมู่ 5 ต.โคกม้า อ.ประโคนชัย เนื่องจากที่ดินอยู่ในเขตพื้นที่นี้ ซึ่งตอนนั้นไม่รู้ว่าลูกสาวกู้เงินเท่าไหร่แค่ไปเซ็นรับรู้เท่านั้น

และเมื่อปี 2561 ลูกสาว มาขอยืมโฉนดบ้านพร้อมที่ดินเนื้อประมาณ 1 งานไปอีก ไปกู้เงินนายทุนคนเดิม คราวนี้ตนรู้ว่าลูกสาวกู้เงิน 200,000 บาท เพราะที่ดินเป็นชื่อของตน จึงไปเซ็นรับเงินที่บ้านของนายทุน ไม่ได้มีการจดจำนองแน่อย่างใด จากนั้นในปี 2566 นายทุนได้เอากุญแจมาล็อคบ้านไม่ให้ใครเข้าไป คนมาล็อคบ้านบอกว่าบ้านหลังนี้โอนเป็นของเขาแล้ว ตอนนั้นงงมากเพราะเป็นการกู้เงินไม่ใช่ขาย ตนกับสามีจึงไปสอบถามที่สำนักงานที่ดินประโคนชัย ปรากฎว่ามีการปลอมเอกสารบางอย่างไปโอนเอาที่ดิน ที่ดินถูกโอนไปเป็นชื่อของนายหน้าของนายทุน ตนจึงไปแจ้งความจับนางบัวรื่น นายหน้าฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม

จนกระทั่งล่าสุดนายหน้า รับสารภาพต่อศาลว่าได้กระทำจริงและศาลได้สั่งจำคุกนางบัวรื่นเป็นเวลา 2 ปี ปรับ 50,000 บาท สารภาพศาลลดโทษเป็นจำคุก 1 ปี ปรับ 40,000 บาท แต่ศาลให้รอการลงโทษเป็นเวลา 2 ปี และตนกำลังอยู่ระหว่างการเดินเรื่องว่าการโอนที่ดินมิชอบด้วยกฎหมาย แต่ปรากฏว่าตนได้รับหมายศาลจากนายทุนมากล่าวหาว่าตนเป็นจำเลยที่ 1 ฉ้อโกงเงินที่เอาที่ดิน ภ.ท.บ.5 ไปกู้เงิน ยิ่งกว่านั้นตนตกใจมากเพราะในคำฟ้องระบุฉ้อโกงเงินไปถึง 7,000,000 บาทซึ่งไม่เป็นความจริง ตอนนี้ตนกับครอบครัวทุกข์ใจมากศาลนัดให้ไปไต่สวนในวันที่ 16 ก.พ.นี้ ซึ่งจากการไปปรึกษาผู้รู้ทราบว่าคดีแบบนี้จะต้องมีการประกันตัว แต่ในสภาพนี้ตนไม่มีปัญญาจะหาเงินที่ไหนไปประกันตัวได้ แม้แต่จะเลี้ยงหลาน 2 คนยังลำบาก และหากไม่มีเงินประกันตนจะต้องเข้าเรือนจำอย่างแน่นอน

นางไฮ กล่าวทั้งน้ำตาว่า เวลานี้ตนเองจนปัญญาจริงๆ ลูกสาวก็หายสาบสูญ ลูกเขยที่เมื่อก่อนเคยมีเงินก็กลายมาเป็นบุคคนล้มละลายและป่วยติดเตียงอยู่ที่กรุงเทพฯไม่รู้จะหาเงินมาประกันตัวเองได้อย่างไร อยากฆ่าตัวตายแต่ก็สงสารหลาน การกระทำของนายทุน เป็นการจงใจกลั่นแกล้งตนมากกว่า เพราะรู้ว่าตนไม่มีเงินที่จะไปประกันตัว และอยากรู้ว่าไปกู้เงินทำไมถึงฟ้องฉ้อโกง จึงอยากจะให้ผู้รู้กฎหมายหรือผู้ใจบุญชี้แนะหาวิธีให้ตนด้วยเพราะตอนนี้กินไม่ได้นอนไม่หลับแล้ว