ที่จังหวัดยโสธรมีชาวบ้านได้ปรับพื้นที่นาข้าวของตนเองหันไปทดลองปลูกองุ่นหลายสายพันธุ์ในโรงเรือนโดยไปศึกษาวิธีการปลูกและดูแลรักษาจากสวนองุ่นในอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา จนสามารถปลูกได้และติดลูกดกเกินคาดและคาดว่าผลผลิตที่ออกมาจะเจริญเติบโตเต็มที่และพร้อมเก็บส่งขายได้ประมาณสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นี้ โดยเปิดราคาหน้าสวนอยู่ที่กิโลกรัมละ 200 บาท
ที่จังหวัดยโสธรมีชาวบ้านได้ปรับพื้นที่นาข้าวของตนเองที่อยู่บริเวณด้านหลังบ้านพักทดลองปลูกองุ่นหลากหลายสายพันธุ์ผสมผสานกันโดยการใช้วิธีปลูกภายในโรงเรือนขนาดใหญ่ เพื่อให้ดูแลง่ายโดยเฉพาะการป้องกันศรัตรูพืช ซึ่งได้เห็นการปลูกองุ่นจากโซเชี่ยลจึงสนใจและต้องการที่จะทดลองนำมาปลูกในพื้นที่ของตนเองจึงลงทุนเดินทางไปศึกษาวิธีการปลูกและดูแลองุ่นจากสวนองุ่นรายใหญ่ในอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา พร้อมกับซื้อต้นพันธุ์กลับมาทดลองปลูกในพื้นที่ของตนเองจนสามารถปลูกได้และขณะนี้องุ่นที่ปลูกเอาไว้ก็กำลังติดลูกดกเกินคาดและคาดว่าประมาณสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นี้ ผลผลิตองุ่นก็น่าจะเจริญเติมโตเต็มที่พร้อมเก็บส่งขายได้และเจ้าของสวนก็เตรียมที่จะเปิดสวนให้ผู้ที่สนใจเข้าไปชมพร้อมทั้งเลือกซื้อองุ่นสดๆจากหน้าสวนได้ โดยเจ้าของสวนได้เปิดราคาหน้าสวนเอาไว้ที่กิโลกรัมละ 200 บาท โดยองุ่นที่ปลูกไว้มีหลากหลายสายพันธุ์ผสมผสานกันในแปลงปลูกและโรงเรือนเดียวกัน เช่น F48, คานิวา, มือแม่มด, ลินลี่, แรมโบ้ และอื่นๆ
นายอุทัย วงศ์อนันต์ อายุ 76 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 ตำบลน้ำคำ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร เจ้าของสวนองุ่น บอกว่า เนื่องจากตนเห็นคลิปสวนองุ่นในสื่อโซเชี่ยลและสื่อออนไลน์จึงมีความสนใจอยากจะทดลองปลูกในพื้นที่ของตนบ้างจึงได้ลงทุนเดินทางไปศึกษาวิธีการปลูกและดูแลรักษาจากสวนองุ่นรายใหญ่ในอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา จากนั้นได้ซื้อต้นพันธุ์กลับมาด้วย จำนวน 120 ต้น ในราคาต้นละ 250 บาท และนำความรู้ที่ได้มาทดลองปลูกองุ่นในโรงเรือนเพื่อง่ายต่อการป้องกันศรัตรูพืชโดยลงทุนไป จำนวน 100,000 บาท จนสามารถปลูกได้ประสบผลสำเร็จเกินคาดปัจจุบันองุ่นที่ปลูกไว้ติดลูกดกเต็มต้น โดยตนปลูกองุ่นหลากหลายสายพันธุ์ผสมผสานกันภายในโรงเรือนเดียวกัน เช่น F48, คานิวา, มือแม่มด, ลินลี่, แรมโบ้ และอื่นๆ รวมทั้งหมดจำนวนกว่า 100 ต้น ในพื้นที่ประมาณ 1 งาน ซึ่งตนได้ปลูกองุ่นเอาไว้เมื่อ 11 เดือนที่แล้ว และติดลูกครั้งแรกเมื่อ 4 เดือนแรกแต่ไม่มากนักพอให้ได้ชิม ปกติองุ่นจะใช้ระยะเวลาปลูกประมาณ 100 – 120 วัน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้ทันที ซึ่งตนคาดว่าผลผลิตองุ่นของตนน่าจะเจริญเติบโตเต็มที่และพร้อมเก็บผลผลิตออกจำหน่ายได้ประมาณสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นี้ และตนก็เตรียมที่จะเปิดสวนให้ผู้ที่สนใจเข้าไปเที่ยวชมพร้อมทั้งได้
ด้าน นายอนุสิทธิ์ ศรีชนะ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอไทยเจริญ กล่าวว่า สำหรับในส่วนของสำนักงานเกษตรอำเภอไทยเจริญ เราได้เข้ามาให้องค์ความรู้กับเกษตรกรให้แนวความคิดว่าเราจะต้องใช้วิทยาการแบบไหนถึงจะเหมาะกับพื้นที่ของตนเอง แล้วก็จะปลูกพืชชนิดไหนที่เป็นความต้องการของตลาดที่แท้จริงไม่ได้ปลูกตามกระแสโดยเน้นการนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่และปลูกพืชตามความต้องการของตลาด เช่น องุ่น ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่มีศักยภาพในพื้นที่ เนื่องจากในพื้นที่อำเภอไทยเจริญ องุ่นถือว่ามีคนปลูกน้อยมาก นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนองค์ความรู้ให้เกษตรกรรุ่นใหม่ผ่านการเชื่อมโยงกับเกษตรกรต้นแบบ สื่อออนไลน์ และการสร้างเครือข่ายสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อดึงจุดเด่นของอำเภอไทยเจริญให้เป็นที่รู้จักโดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมการปลูกองุ่นซึ่งเป็นพืชที่มีความต้องการจากตลาดทั้งในพื้นที่และนักท่องเที่ยว ทำให้เกษตรกรมีโอกาสสร้างรายได้ที่ดีขึ้น และยกระดับอำเภอไทยเจริญให้เป็นเมืองเกษตรอินทรีย์ที่น่าสนใจ








