วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศตามหน่วยเลือกตั้งทั่วจังหวัด ศรีสะเกษเต็มไปด้วยการรอคอยจากประชาชนหลายพรรค และเมื่อถึงเวลาปิดหีบเลือกตั้ง ผู้มาใช้สิทธิ ต่างยืนล้อมโต๊ะจับตาการนับคะแนนทุกใบ ที่กรรมการขานชื่อ และขีดกากบาท ด้วยความตื่นเต้นและลุ้นว่าผู้สมัครคนไหนจะได้เข้าไปเป็น ส.ส. ซึ่งขั้นตอนหลังปิดหีบก็เป็นไปตามระเบียบ เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดหีบแล้ว นำบัตรเลือกตั้ง ส.ส. ออกมานับทีละใบ ขานชื่อผู้สมัคร ขานพรรค และบันทึกคะแนนขึ้นบอร์ดต่อหน้าประชาชนอย่างโปร่งใส ก่อนรวบรวมหีบและบัตร ส่งต่อไปยังที่ว่าการอำเภอซึ่งเป็นศูนย์รวมคะแนนของแต่ละพื้นที่ ซึ่งระหว่างการสังเกตการณ์นับคะแนนนอกเขตเลือกตั้งและนอกเขตราชอาณาจักร ผู้สื่อข่าวพบเหตุผิดพลาดเล็กน้อย เมื่อมีบัตรเลือกตั้งของจังหวัดอุบลราชธานีหลุดมาในชุดที่ 11 เขตเลือกตั้งที่ 1 จำนวน 2 ใบ เจ้าหน้าที่ได้ถ่ายภาพเป็นหลักฐาน รายงานต่อ กกต. และประกาศให้บัตรทั้งสองใบเป็นบัตรเสียตามขั้นตอน สร้างความชัดเจนและความเชื่อมั่นในกระบวนการนับคะแนน
ช่วงค่ำของการลุ้นคะแนนปรากฏว่า ที่บ้านของ ดร. สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ หรือ “เสี่ยโต้ง” รักษาการโฆษกนายกรัฐมนตรี ผู้สมัครหมายเลข 5 เขต 1 พรรค ภูมิใจไทย ได้เฝ้าจับตาผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการพร้อมกับครอบครัว และเมื่อคะแนนนับไปกว่า 86 เปอร์เซ็นต์ มี ตัวเลขชี้ชัดว่า เสี่ยโต้งมีคะแนนนำผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย คือ นายธเนศ เครือรัตน์ ประมาณราวสองหมื่นคะแนน 40,901 ต่อ 19,123 บ่งบอกว่ามีสัญญาณแห่งชัยชนะที่หลายคนรอคอย มีเสียงปรบมือดังก้องเมื่อเสี่ยโต้งขึ้นเวทีเปิดใจ กล่าวขอบคุณทุกแรงสนับสนุน ก่อนย้อนเล่าความทรงจำเมื่อปี 2548 วันที่ลงสมัคร ส.ส. ครั้งแรก ตรงกับวันที่ 6 กุมภาพันธ์ วันเกิดของแม่ วันนั้นได้เตรียมเค้กไว้เป่าให้แม่ แต่ผลคะแนนคือความพ่ายแพ้ครั้งแรกในชีวิตการเมือง เค้กก้อนนั้นไม่มีใครกินได้ เพราะหัวใจเต็มไปด้วยความผิดหวัง จากวันนั้นได้เก็บภาพจำไว้เป็นแรงผลักดัน—เพื่อกลับมาฉลองในวันที่สำเร็จ และวันนี้ หลังผ่านไป 21 ปี น้ำตาแห่งความซาบซึ้งไหลออกมา เมื่อเค้กของแม่กลายเป็น “เค้กแห่งชัยชนะ” อย่างสมบูรณ์
สำหรับภาพรวมทั้งจังหวัดศรีสะเกษ ค่ำคืนนี้ชัดเจนว่า “สีน้ำเงิน” คว้าชัยไป 7 ที่นั่ง ขณะที่ “สีแดง” ได้เพียง 2 ที่นั่ง คืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จึงเป็นคืนแห่งการรอคอยผลคะแนน ที่มีการลุ้นอย่างระทึกใจทุกคน ผลลัพธ์เป็นบทพิสูจน์ว่าพลังเสียงของประชาชนศรีสะเกษได้เปลี่ยนไป จากพรรคเพื่อไทยที่เคยครองเสียงได้มากทุกสมัยแต่มาพ่ายพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้จำนวนสองคนจากคะแนนอย่างไม่เป็นทางการคือ นายธเนศ เครือรัตน์ ผู้สมัคร พรรคเพื่อไทย เขต 1 แพ้คะแนน ดร.สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้สมัคร พรรคภูมิใจไทย เขต 1 และน.ส.ภูริกา สมหมาย ผู้สมัคร พรรคเพื่อไทย เขต 5 แพ้คะแนน นางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สมัคร พรรคภูมิใจไทย เขต 5 ทำให้ศรีสะเกษมีส.ส. พรรคภูมิใจไทยคว้าชัยไป 7 ที่นั่งจาก9เขต คือ ดร.สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ เขต 1นายศุภกิจ สีหาภาค เขต 2 นายธนา กิจไพบูลย์ชัย เขต 3 นายชิตพล ไตรสรณกุล เขต 4 นางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล เขต 5 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ เขต 8 และนายวิทวัส ไตรสรณกุล เขต 9 พรรคภูมิใจไทย
การเลือกตั้งครั้งนี้ สร้างรอยยิ้มให้กับนายวิชิต ไตรสรณกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ผู้บัญชาทัพการเลือกตั้งของตระกูลไตรสรณกุล เพราะได้ส.ส.พรรคภูมิใจไทยจำนวน 3 ที่นั่ง คือนางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล เขต 5 (หลานสาวนายวิชิต) นายชิตพล ไตรสรณกุล เขต 4 (บุตรชายนายวิชิต) และนายวิทวัส ไตรสรณกุลเขต 9 (หลานชายนายวิชิต) และยังได้ปาตี้ลิสต์จำนวน 1 ที่นั่ง คือนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล บุตรสาวคนเก่งที่รักษาการเลขานายกรัฐมนตรี








