วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เริ่มต้นขึ้นแล้วสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ปี 2569 บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเวลา 08.00 น. ที่ผ่านมา ประชาชนชาวสตูลเริ่มทยอยเดินทางออกจากบ้านมายังหน่วยเลือกตั้งต่าง ๆ ทั่วทั้งจังหวัดเพื่อใช้สิทธิ์กากบาทเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์)
ในเขตอำเภอเมืองสตูล บรรยากาศช่วงเช้ายังคงดำเนินไปอย่างเรียบง่าย โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอย่าง ตำบลตันหยงโป ประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านได้ทยอยมาลงคะแนนก่อนออกไปทำงาน หรือบางส่วนรอช่วงพักงานในช่วงสาย เช่นเดียวกับในพื้นที่เกษตรกรรมที่ชาวสวนยางพารามักจะมาใช้สิทธิ์หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในสวน คาดการณ์ว่าบรรยากาศจะกลับมาคึกคักอย่างยิ่งในช่วงเวลา 10.00 น. เป็นต้นไป
เปิดสถิติตัวเลขผู้มีสิทธิเลือกตั้งจังหวัดสตูล สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ จังหวัดสตูลแบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 2 เขต จำนวนผู้มีสิทธิ เขต1 ชาย= 56,859 หญิง = 60,014
รวม116,873 คน เขต2 ชาย=63,753 หญิง=65,800 รวม=129,553 รวมผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 2 เขต =246,426 คน
ด้านสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดสตูล ระบุว่ามีความพร้อม 100% ในการจัดการเลือกตั้ง ทั้งหน่วยเลือกตั้งบนบกและหน่วยเลือกตั้งบนเกาะแก่ง โดยตั้งเป้าว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 เนื่องจากเห็นถึงความตื่นตัวของประชาชนผ่านการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมา
สนามเลือกตั้งสตูลรอบนี้ถือเป็นการต่อสู้ทางความคิดและยุทธศาสตร์ที่น่าจับตามองที่สุดในภาคใต้ระหว่าง ศึกรักษาป้อมปราการ "สีน้ำเงิน" พรรคภูมิใจไทย ในฐานะแชมป์เก่า พยายามรักษาฐานเสียงผ่านนโยบายเมกะโปรเจกต์ (สนามบิน-สะพาน) และบารมีของตระกูลรัชกิจประการและเลียงประสิทธิ์ การส่งทายาทรุ่นใหม่อย่าง "ปีเตอร์ พีรพัฒน์" ลงสนามเขต 1 คือการปรับตัวเพื่อรับมือกับกระแสคนรุ่นใหม่โดยใช้ความสดบวกกับนวัตกรรม AI กับ พลังส้ม "พรรคประชาชน" กับกระแสเปลี่ยน พรรคประชาชนกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดในการชิงคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ และอาจสร้างเซอร์ไพรส์ในคะแนนเขต หาก "กระแสเปลี่ยน" ในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานแรงพอที่จะทำลายระบบฐานเสียงจัดตั้งเดิม การปราศรัยของขุนพลอย่างรังสิมันต์ โรม ที่ตลาดดุสนก่อนหน้านี้ ได้ทิ้งปมเรื่องความเท่าเทียมและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐไว้ ซึ่งเป็นจุดที่เข้าถึงใจคนเมืองและคนรุ่นใหม่ ตัวแปร "พรรคกล้าธรรม"พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของ "ผู้กองธรรมนัส" พยายามเข้ามาแทรกแซงพื้นที่ด้วยทรัพยากรที่เต็มสูบ แต่ก็ยังถือเป็นพรรคที่ประมาทไม่ได้ในเรื่องของเครือข่ายความสัมพันธ์ในระดับพื้นที่







