ป.ป.ช.พิจิตรลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำน่าน งบกว่า 39.5 ล้านบาท หลังงานล่าช้านานกว่า 3 ปี ทำได้เพียง 45% พร้อมตั้งข้อสังเกตผู้รับจ้างมีผลงานล่าช้าในหลายพื้นที่
วันที่ 5 ก.พ.69 นายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผู้อำนวยการ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยกลุ่มงานป้องกันการทุจริต และชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริตพิจิตร ลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำน่าน หมู่ 2-3 ตำบลปากทาง อ.เมืองพิจิตร หลังได้รับแจ้งเบาะแสความล่าช้าและผลกระทบต่อประชาชน
จากการลงพื้นที่พบว่า โครงการก่อสร้างดังกล่าว ดำเนินการโดย กรมโยธาธิการและผังเมือง และบริษัทผู้รับเหมา วงเงิน 39,530,000 บาท ผลการดำเนินการไปแล้ว 45.09% ซึ่งถือว่า ล่าช้ากว่าแผนงานถึง 54.91% โดยงวดงาน 57 งวด ตรวจรับไปแล้วจำนวน 12 งวด งบประมาณ 39,530,000 บาท เบิกจ่ายแล้ว 16,409,500 บาท คงเหลืองบประมาณ 23,120,500 บาท ซึ่งได้มีการขยายเวลาและงดค่าปรับจนถึงวันที่ 9 พฤษภาคม 2569
สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดงานล่าช้า คือ ปัญหาด้านเอกสารและการเข้างานของผู้รับจ้าง การส่งมอบรูปแบบรายการและคำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ รวมถึงการเข้าทำงานของผู้รับจ้างล่าช้ากว่าแผนงาน , สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้รับจ้างได้รับการยกเว้นค่าปรับในช่วงปี 2564 - 2565 อีกทั้งมีการแก้ไขแบบแปลน (2 ครั้ง) ครั้งที่ 1 พื้นที่ทับซ้อนกับโครงการสะพานของกรมทางหลวงชนบท ครั้งที่ 2 ผลการตอกเสาเข็มไม่ได้ตามมาตรฐาน (Blow Count) จนต้องเจาะสำรวจดินใหม่และเปลี่ยนความยาวเสาเข็มจาก 16 เมตร เป็น 20 เมตร
รวมถึงผู้รับจ้างประสบปัญหาทางการเงินระหว่างก่อสร้าง จากการลงพื้นที่ตรวจของ ป.ป.ช.พิจิตร ได้ให้คำแนะนำผู้รับจ้างและนายช่างผู้ควบคุมงานว่า ควรบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานรัฐควรประสานงานกันก่อนจัดทำโครงการเพื่อไม่ให้พื้นที่ก่อสร้างทับซ้อนกัน สำรวจดินให้แม่นยำ ควรเจาะสำรวจชั้นดิน (Boring test) หลายจุดเพื่อความแม่นยำในการออกแบบเสาเข็ม คุมเข้มผู้รับจ้าง กรมโยธาธิการฯ ควรควบคุมแผนงานอย่างเคร่งครัด สิ่งที่ ป.ป.ช.พิจิตร ตั้งข้อสังเกต คือ ผู้รับจ้างรายนี้เป็นคู่สัญญาสร้างเขื่อนป้องกันแนวตลิ่งในลักษณะนี้หลายแห่ง และทำงานล่าช้ายังสร้างไม่เสร็จอีกหลายแห่งด้วยเช่นกัน
ซึ่ง ป.ป.ช.พิจิตร จะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกต่อไป หากพบพฤติการณ์ที่ส่อไปในทางทุจริตจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป







