ผบ.ฉก.นย.ตราด ระบุ กัมพูชาเริ่มขุดเขื่อนดินหน้าโรงแรมเกาะกงบางส่วน เพื่อลดผลกระทบการกัดเซาะชายฝั่งบ้านหาดเล็ก ต้องติดตามผล 3-6 เดือน ย้ำส่วนที่เหลือเป็นเกาะไม่กระทบเขตแดนทางทะเล
วันที่ 5 ก.พ.69 น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด เปิดเผยถึงกรณีโรงแรมเกาะกงอินเตอร์เนชั่นแนล ในเครือแอลวายพีกรุ๊ป(LYP Group)ที่มีนายพัด สุภาภา หรือ ออกญาลี ยง พัด ทำเขื่อนกันคลื่นหน้าโรงแรมมานานกว่า 30 ปี และส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของชายฝั่งหาดเล็กซึ่งทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งในบ้านหาดเล็ก ซึ่งที่ผ่านมาทางกองทัพเรือได้ส่งหนังสือผ่านกระทรวงการต่างประเทศประท้วงไปยังรัฐบาลกัมพูชามาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้รับการตอบรับ และแก้ไข อย่างไรก็ตาม หลังมีการสู้รบกันระหว่างไทยกับกัมพูชา ทางเจ้าของโรงแรมได้มีการเจรจาเเละรับว่าจะมีการดำเนินการรื้อเขื่อนดินออกไป เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกอดขึ้นที่ชทยฝั่งบ้านหาดเล็ก ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการขุดแนวเขื่นดินไปแล้ว และเหลือเป็นเกาะอยู่ตามที่มีการนำเสนอข่าวออกไปทั้งสื่อในประเทศไทยและฝ่ายกัมพูชา
“ที่ไม่ดำเนินการรื้อออกไปทั้งหมดนั้น เป็นการรื้อในช่วงแรก เพื่อศึกษาว่า ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของบ้านหาดเล็กอีกหรือไม่ ซึ่งต้องรอเวลา 3-6 เดือนจึงจะทราบผล แต่สิ่งที่ชาวตราดกลัวว่า การที่เหลือช่วงท้ายเป็นเกาะอยู่นั้นจะส่งผลกระทบต่อเขตแดนทางทะเลในอนาคตหรือไม่นั้น ตามกฏหมายระหว่างประเทศจะไม่ยึดเกาะที่สร้างขึ้นเป็นพื้นที่อ้างอิงทางด้านเขตแดน ส่วนที่ยังมีการขุดดินออกจากเขื่อนไม่ทั้งหมด เพราะยังเห็นว่า ช่วงที่น้ำลงยังเห็นแนวสันเขื่อนดินอยู่หากไม่มีผลกระทบใดๆก็รอให้มีการเจาจรกันต่อไป ซี่งไม่น่มจะส่งผลกระทบใดๆด้านความมั่นคงของไทยในอนาคต”
ก่อนหน้านี้ พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ได้เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า การสร้างเขื่อนดินของเจ้าของโรงแรมนั้นมีการดำเนินการมาตั้งแต่ก่อสร้างโรงแรมซี่งดำเนินมานานกว่า 30 ปี ซึ่งไม่ได้มีการเกี่ยวข้องในเรื่องเขตแดนทางทะเล แต่เป็นเรื่องของผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมท่ี่ทำให้ชายฝั่งบ้านหาดเล็กได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และที่ผ่านมาทางกองทัพเรือได้ทำหนังสือประท้วงมาตลอด แต่ไม่ได้ผลในการตอบรับจากกัมพูชา








