ข่าวภูมิภาค

‘ชนกันต์’ ลุยโค้งสุดท้ายบุรีรัมย์ ชูนโยบายภูมิใจไทย มั่นใจคว้าเก้าอี้ สส.สมัยแรก

แชร์ข่าว

‘ภูมิ’ ชนกันต์ ทิมาตฤกะ ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เขต 4 เบอร์ 3 บุตรชาย ‘รังสิกร ทิมาตฤกะ’ อดีต สส.บุรีรัมย์ หลายสมัย ลุยปราศรัยย่อยหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง พร้อมชูนโยบายพรรคภูมิใจไทย และผลงานที่ผ่านมา การแก้ปัญหาปากท้อง และการแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา คาดปักธงได้เป็น สส.สมัยแรก

เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 3 ก.พ.69 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การปราศรัยหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ทั้ง 10 เขตเลือกตั้ง เป็นไปอย่างคึกคัก โดยพรรคภูมิใจไทย ในเขตเลือกตั้งที่ 4 นายชนกันต์ ทิมาตฤกะ หรือ “ภูมิ” ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เขต 4 เบอร์ 3 บุตรชาย นายรังสิกร ทิมาตฤกะ อดีต สส.บุรีรัมย์ หลายสมัย เจ้าของพื้นที่เดิม ได้จัดเวทีปราศรัยย่อย ที่บริเวณลานหน้าที่ว่าการอำเภอสตึก ต.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์

พร้อมเดินทักทายกับพี่น้องประชาชน ที่มาฟังการปราศรัย เพื่อแนะนำตนเอง และแจกแผ่นพับหาเสียงนโยบายพรรคภูมิใจไทย โดยมีนายรังสิกร ทิมาตฤกะ อดีต สส.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบิดาที่ลงสมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ ได้มาช่วยปราศรัยหาเสียงให้กับ นายชนกันต์ ทิมาตฤกะ หรือ “ภูมิ” บุตรชายในครั้งนี้ด้วย ซึ่งประชาชนในเขตพื้นที่ อ.สตึก อ.แคนดง อ.บ้านด่าน ให้ความสนใจเดินทางมาร่วมรับฟังการปราศรัยในครั้งนี้กว่า 2,000 คน

โดยนายชนกันต์ ได้กล่าวปราศรัยชูนโยบายในด้านต่างๆของพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะเรื่องชายแดนจะเห็นว่านโยบายของพรรคภูมิใจไทย นอกจากเรื่องคนละครึ่งพลัสแล้ว สวัสดิการให้ครอบคลุมปู่ ย่า ตายาย ทั้งระบบเต็มจำนวน อีกเรื่องหนึ่งคือ รั้วชายแดนและบาร์เตอร์เทรด เพื่อให้สินค้าเกษตรได้มีราคาที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะนโยบายการแก้ปัญหาชายแดน สร้างรั้วกั้นเขตแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งหากพรรคภูมิใจไทยได้กลับมาเป็นรัฐบาล ก็จะแก้ปัญหาพิพาทชายแดนให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทั้งยังเป็นการป้องกันสแกมเมอร์ ภัยยาเสพติดที่มีการลักลอบเข้ามาในประเทศ ป้องกันสินค้าหนีภาษี และการลักลอบนำเข้าสินค้าทางการเกษตรเข้ามาสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ทำให้ประชาชนที่มาร่วมฟังการปราศรัย ต่างปรบมือถูกใจเพราะต่างอยากให้จบจะได้ใช้ชีวิตเป็นปกติสุข จึงขอให้พี่น้องปะชาชน กาพรรคภูมิใจไทย 2 ใบ เลือกทั้งคนละพรรค

ทั้งนี้ สำหรับ เขตเลือกตั้งที่ 4 ประกอบด้วย อ.สตึก อ.แคนดง และ อ.บ้านด่าน (เฉพาะ ต.โนนขวาง และ ต.วังเหนือ) เขตนี้มีผู้สมัคร 7 คน เขตนี้แชมป์เก่า คือ นายรังสิกร ทิมาตฤกะ พรรคภูมิใจไทย อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ หลายสมัย คราวนี้ไม่ลงเขต ขยับไปลงบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์แทน จึงส่งนายชนกันต์ ทิมาตฤกะ หรือภูมิ ซึ่งเป็นบุตรชาย ลงสมัครเขตนี้แทน ถือว่าเป็นนักการเมืองหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ลงพื้นที่ติดตามผู้เป็นพ่อมาอย่างต่อเนื่อง การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเป็นที่คาดหมายว่า นายชนกันต์ จะคว้าเก้าอี้ ส.ส.สมัยแรก เพราะมีกลุ่มการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ให้การสนับสนุน มีฐานคะแนนเสียงของผู้เป็นพ่อเกือบเต็มพื้นที่ อีกทั้งยังขยันลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน

ส่วนคู่แข่งคนสำคัญ คือ นายวรพจน์ วิบูลย์วิริยะสกุล อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลสตึก จากพรรคประชาชน ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดี ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในพื้นที่ พรรคเพื่อไทย ส่ง นายพรรษศรณ์ สาครเสถียร ซึ่งหากจะวัดกันปอนด์ต่อปอนด์แล้ว นายชนกันต์ จะคว้าเก้าอี้ ส.ส.ได้ไม่ยาก

อีกทั้งเขตนี้ยังมี พรรครวมไทยสร้างชาติ ส่ง นายกฤษฎา ชูตาลัด ลงชิงเก้าอี้ด้วย รวมทั้ง นายสมชาย สุเรรัมย์ พรรคเศรษฐกิจ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ส่ง นายธีรวุฒิ ทับทิมหิน และ พรรคกล้าธรรม นางสาวรุ่งฤดี จะโชนรัมย์ แม้ว่าฐานเสียงจะสู้ นายชนกันต์ และ นายวรพจน์ ไม่ได้ แต่จะสร้างสีสันการแข่งขันในเขตนี้ให้คึกคักมากยิ่งขึ้น แต่ท้ายที่สุดยังมั่นใจว่า นายชนกันต์ จะคว้าเก้าอี้ ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 4 สมัยแรก ได้ อย่างแน่นอน