วันที่ 1 ก.พ.69 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในหมู่ 2 ต.ดอนใหญ่ อ.บางแพ จ.ราชบุรี ว่าได้รับความเดือดร้อนจากรถบรรทุกที่วิ่งผ่านเส้นทางเข้าหมู่บ้านเพื่อจะไปบรรทุกดินที่บ่อดินในตำบลใกล้เคียง ซึ่งรถบรรทุกที่วิ่งนั้นวิ่งด้วยความเร็ว เสียงดังเกิดแรงสั่นสะเทือนจนทำให้ตัวบ้านร้าว บางบ้านพื้นก็แตกร้าวจนแยกออกจากกัน ถนนทรุด
นอกจากนี้ยังมีฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปทั่ว ร้องเรียนไปหลายหน่วยงานสุดท้ายรถบรรทุกก็กลับมาวิ่งเหมือนเดิมอีก จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าบริเวณทางแยกที่จะเลี้ยวเข้าหมู่ 2 ต.ดอนใหญ่ มีป้ายจราจรห้ามรถบรรทุกวิ่งเข้าไป รวมทั้งมีชาวบ้านนำป้ายที่มีข้อความว่า ห้ามรถบรรทุกผ่าน NO TRUCK แต่ก็ยังมีรถบรรทุกซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรถบรรทุกพ่วงวิ่งเข้าไปเป็นระยะๆ ซึ่งรถบรรทุกพ่วงที่วิ่งเข้าไปนั้นไม่ได้มีการบรรทุกอะไร แต่วิ่งด้วยความเร็วทำให้ตัวรถนั้นสะเทือนเกิดเสียงดังในช่วงที่ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ
จากการสอบถามนางกัลยา (สงวนนามสกุล) อายุ 75 ปี ชาวบ้านที่อยู่ริมถนน เล่าว่า ตอนนี้รถบรรทุกวิ่งทั้งวันตั้งแต่เช้ามืดจนถึงค่ำ บางครั้งก็วิ่งกลางคืนด้วยเสียงรถดังมาก จนนอนไม่ได้และแรงสั่นสะเทือนทำให้ตัวบ้านร้าวหลายแห่งแล้ว ก็อยากจะให้หยุดวิ่งเพราะที่ผ่านมาก็เคยหยุดวิ่งไปนานแล้วหลังจากที่ชาวบ้านรวมตัวกันร้องเรียนหน่วยงาน แต่ตอนนี้กลับมาวิ่งอีกแล้วเดือดร้อนมากมาครั้งละหลายๆคันเสียงดังมาก เวลานอนอยู่ก็ต้องสะดุ้งตื่นแล้วก็จะนอนไม่หลับอีก
ส่วนนางบุปผา (สงวนนามสกุล) ชาวบ้านอีกคนก็บอกว่า มีรถบรรทุกพ่วงวิ่งทั้งวันตั้งแต่เช้ามืดจนถึงค่ำ วิ่งเร็ว เสียงดัง มีฝุ่นฟุ้งกระจาย ที่บ้านตนนั้นมีแม่ที่อายุ 86 ปีแล้วและป่วยต้องการพักผ่อนก็ไม่สามารถที่จะนอนหลับได้ ตนต้องให้แม่กินยานอนหลับตลอด เพราะหากพักผ่อนไม่เพียงพอก็จะทำให้แม่แย่ ก็อยากจะให้หยุดวิ่งหรือไปวิ่งเส้นทางอื่นเพราะที่ผ่านมาก็เคยไปวิ่งเส้นทางอื่นอยู่แล้ว แต่ทำไมถึงกลับมาวิ่งเส้นทางนี้เพราะเส้นทางสายนี้เป็นเส้นทางที่จะต้องผ่านชุมชน มีโค้งเยอะมาก เกรงว่าชาวบ้านจะได้รับอันตราย ซึ่งตอนเช้ามืดจะมีพระมารับบิณฑบาตรก็เกือบจะถูกรถบรรทุกพ่วงชนเอาหลายครั้งแล้ว หรือหากหยุดไม่ได้ก็ขอให้วิ่งให้ช้าลงเพราะเข้าใจว่าทุกคนก็ต้องทำมาหากิน แต่ต้องไม่ทำให้คนเดือดร้อน
ด้านนายศักดิ์ศิลป์ ยศศักดิ์ ผู้นำชุมชนหมู่ 2 ต.ดอนใหญ่ กล่าวว่า เรื่องความเดือดร้อนจากรถบรรทุกเกิดมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 ซึ่งรถบรรทุกที่วิ่งเข้ามาในชุมชนนั้นจะเป็นรถเปล่า จะวิ่งเข้าไปบรรทุกดินในบ่อดิน ซึ่งเลยจากหมู่บ้านไปซึ่งในตำบลนั้นมีโค้งเยอะแต่รถบรรทุกก็ยังคงวิ่งเร็วเพื่อทำเวลาในการที่จะเพิ่มเที่ยวบรรทุก ซึ่งถึงแม้จะมีป้ายห้ามรถบรรทุกเข้าแต่ก็ยังฝ่าฝืน ซึ่งเคยร้องเรียนไปหลายหน่วยงาน ก็มีการลงมาแก้ไขไม่มีรถบรรทุกวิ่ง และมีการมาซ่อมแซมถนนที่พังให้ชาวบ้าน แต่พอผ่านไปไม่นาน รถบรรทุกก็กลับมาวิ่งผ่านเหมือนเดิมอีก ผู้สูงอายุในหมู่บ้านไม่สามารถที่พักผ่อนในช่วงกลางวันได้เพราะเสียงจากเครื่องรถและเสียงที่กระแทกกับพื้นถนนที่ขลุขระ และยังมีเรื่องของฝุ่นที่ฟุ้งกระจายอีก ตอนนี้ก็อยากจะให้รถบรรทุกกลับไปวิ่งเส้นทางเดิมที่เคยวิ่งอยู่เพราะเส้นทางสายนั้นมีการทำถนนคอนกรีตอย่างดีรองรับสำหรับรถบรรทุกอยู่แล้ว
ส่วนนางวิไลพร แม่ค้าขายของตามตลาดนัดแต่มีบ้านอยู่ใกล้กับทางแยกที่จะเข้าหมู่ 2 ก็บอกว่ารถบรรทุกวิ่งทั้งวันทั้งคืน ตนเองไปขายของช่วงกลางวันก็แย่แล้วกลับมาช่วงกลางคืนก็อยากจะพักผ่อนให้เต็มที่แต่กลับนอนไม่ได้เลยเพราะรถวิ่งเสียงดังมาก จนต้องออกไปหาที่นอนที่อื่น เพราะหากตนต้องทนฟังเสียงรถบรรทุกวิ่งทั้งคืนก็คงจะความดันขึ้นแน่เพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ จึงอยากจะให้รถไปวิ่งเส้นทางอื่น เพราะเส้นทางสายนี้เป็นทางเข้าชุมชนไม่ควรมีรถบรรทุกวิ่ง
ภูมิภาค-35







