เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นายประเสริฐ บุญเรือง หรือ "กำนันหิต" ผู้สมัคร สส.จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ 6 (อดีต สส.จังหวัดกาฬสินธุ์ 6 สมัย) ตั้งโต๊ะเปิดใจการเมืองในช่วงหาเสียงเลือกตั้งโค้งสุดท้าย ระบุว่าบรรยากาศการหาเสียงเต็มไปด้วยความสกปรก มีการใส่ร้ายป้ายสีกันอย่างหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเลือกตั้งของตน พบว่าคู่แข่งสร้างสถานการณ์ ก่อกวนเวทีหาเสียง กล่าวหาใส่ร้ายสารพัด เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ไม่เหมือนกับการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อครั้งในอดีต ที่จะมีการนำนโยบายมาปราศรัยเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเลือกผู้แทนของตนเอง
นายประเสริฐ บุญเรือง ผู้สมัคร สส.จังหวัดกาฬสินธุ์ เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า การหาเสียงในยุคนี้ผิดปกติไม่เหมือนในอดีตที่ผ่านมา ที่จะมีการนำนโยบายพรรคเข้ามาปราศรัยหาเสียงเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเลือก สส.เพื่อมารับใช้ประชาชน แต่ทุกวันนี้การแข่งขันรุนแรง ในพื้นที่เขตเลือกตั้งของตนพบว่ามีการสร้างข่าวเท็จเพื่อใส่ร้ายป้ายสี มีการทำลายป้ายหาเสียงเลือกตั้ง โดยเฉพาะพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 6 ที่ลงสมัคร มีการส่งคนเข้ามาก่อกวนเพื่อสร้างสถานการณ์ จากนั้นก็จะมีการถ่ายคลิปออกข่าว จ้างยูทูบแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นมานำเสนอข่าว ที่สุดแสนจะสกปรกกับสถานการณ์หาเสียงเลือกตั้งในขณะนี้
“เมื่อบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งไม่ปกติ ใช้เทคนิค ใช้สื่อท้องถิ่นใส่ร้ายป้ายสีกันอย่างหนัก โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งของตน มีการสร้างสถานการณ์ก่อกวนเวที รวมทั้งในสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ใส่ร้ายสารพัด มีแม้กระทั่งอ้างว่า มีการสั่งการมาจากคนในเรือนจำ ให้จัดการโดยเด็ดขาด ทำให้มีความแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน ซึ่งการปราศรัยเท่าที่ดูไม่ค่อยนำนโยบายมานำเสนอเพื่อให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจเท่าที่ควร
มีแม้กระทั่งว่าการก่อกวนอาจต้องการให้เกิดการปะทะ แล้วนำเรื่องไปแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นมาทำคลิปออกยูทูบ (เพจข่าวหนึ่ง) กล่าวหาต่าง ๆ นานา ของบุคคลคนนั้น ซึ่งหากเป็นการหาเสียงปกติ เวทีการแข่งขันจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะเวทีปราศรัยจะต้องให้เกียรติกัน ผู้ใดจะไปแสดงกิริยาไม่เหมาะสมแบบนี้ไม่ได้ แต่พบว่ามีการก่อกวนสารพัด ไปถ่ายคลิปวิดีโอ ตั้งแต่ยกเก้าอี้ลงจากรถ แล้วก็มีการนั่งฟังปราศรัยของบุคคลที่จะก่อกวน ก็จะตะโกนท้าทาย ใส่ร้ายกัน อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา เช่น เมื่อเวทีพูดว่า เบอร์ 6 ก็จะตะโกนสวนไปว่า ‘โกหก’ หรือเบอร์ 6 ก็จะตะโกนต่อว่า ‘สอบตก’ เป็นต้น”
เหตุการณ์นี้ทำให้ “เอฟซี” ที่ไปฟังการปราศรัยมีการชกต่อยกัน โดยข้อเท็จจริงเอฟซีก็ไปเตือนว่า ถ้าไม่ชอบก็ให้กลับไปบ้านก็ได้ หรือไม่ชอบก็ไม่ต้องพูดแบบนี้ก็ได้ แต่ผู้ที่ชกต่อยมีเรื่องกับเอฟซี ก็ออกมาท้าทายกันแล้วพูดว่า “นี่มันหลานกูที่บ้านนาขาม กูใหญ่สุด ใครจะออกไปจากบ้านนาขามนี้ไม่ได้”
เท่าที่รู้คิดว่า “เอฟซี” คงจะไม่พอใจเลยมีการชกต่อยกัน ทีมงานก็ได้มาแยกตัวออก แต่ก็มีการนำเรื่องไปแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาไปต่าง ๆ นานา ถือเป็นการใช้วิธีการที่สกปรก แล้วใช้ยูทูบกล่าวหาใส่ร้าย เพื่อหวังให้ประชาชนเข้าใจผิดและเกลียดชังตน
ซึ่งในขณะนี้ตนได้เตรียมการให้ทนายความแจ้งความดำเนินคดีกับยูทูบเจ้าของเพจข่าวดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้ก็ขอให้ กกต.จังหวัดกาฬสินธุ์ เข้ามาสืบสวนปัญหาการซื้อเสียง เนื่องจากในพื้นที่มีกระแสข่าวซื้อเสียงมากถึงหัวละ 1,000 บาทแล้ว” นายประเสริฐ กล่าวในที่สุด
สำหรับบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “อีสานตอนบน” 12 จังหวัด รายงานแจ้งว่า ทวีความเข้มข้นมากขึ้นในช่วงโค้งสุดท้าย รายงานสถิติการเลือกตั้งในปี 2566 จากจำนวน 12 จังหวัดอีสานตอนบน มีเก้าอี้ สส.จำนวน 67 เขต พรรคเพื่อไทยได้ 41 เขต พรรคภูมิใจไทยได้ 11 เขต พรรคก้าวไกล หรือพรรคประชาชนได้ 5 เขต ส่วนอีก 10 เขตจะเป็นพรรคเล็กเฉลี่ยกันไป
ส่วนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กระแสการเลือกตั้งได้พุ่งเป้าไปที่พรรคใหญ่ ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาชน ขณะนี้จึงเกิดกระแสการซื้อเสียง ที่มีข่าวว่า กลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์ เริ่มซื้อเสียงกันแล้ว โดยเริ่มตั้งแต่ 100-500 บาท เป็นการปูพรมเจาะฐานคะแนน และในบางเขตเลือกตั้งพื้นที่ 12 จังหวัดอีสานตอนบน มีรายงานว่าทุนเทา-สแกมเมอร์ ทุ่มไม่อั้น เกิดกระแสข่าวสะพัดในหลายพื้นที่ถึงหัวละหนึ่งใบเทาเกือบทุกเขตเลือกตั้ง คาดว่าทั่วภาคอีสานตอนบนจะมีเงินสะพัดมากกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาทจากการเลือกตั้งครั้งนี้
ภูมิภาค-47








