เกิดเหตุโรงงานทำพลุบ้านดงกระเชา อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ระเบิด เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 3 ราย บ้านเรือนใกล้เคียงเสียหาย พบใบอนุญาตหมดอายุและอยู่ระหว่างขอต่อ เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนสาเหตุ
เมื่อเวลา 07.50 น. วันที่ 30 ม.ค.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนเจดีย์ทจ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งมีพลุระเบิด ที่โรงดอกไม้ไฟ ตั้งอยู่หมู่ 6 ต.ไร่รถ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จึงพร้อมด้วยนายณัฐพงษ์ สงวนจิต ผวจ.สุพรรณบุรี ปภ. ชุด EOD รถดับเพลิงเทศบาล มูลนิธิเสมอกัน และสมาคมเณรแก้ว รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุพบโรงผสมดินปืนระเบิดหลังคาปลิวเหลือแต่ซากเสียหายหนึ่งหลัง ไปที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตหนึ่งรายเป็นชาย สภาพศพเละมีชิ้นส่วนกระจัดกระจายอยู่กลางทุ่งนาซึ่งกระเด็นออกจากบริเวณจุดที่พลุระเบิดประมาณ 50 เมตรทราบชื่อคือนายเสน่ ทองศีลาดอายุ58ปี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เป็นชาย 3 รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลดอนเจดีย์ก่อนหน้านี้แล้ว นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังพบบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงเสียหายฝ้าพังกระจกแตกหลังค้าทะลุจำนวน 2 หลัง และยังมีโรงเก็บอุปกรณ์ของพลุหรือดินปืนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงพังเสียหายหลายหลังขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ฉีดน้ำบริเวณโรงพลุที่เกิดเหตุระเบิด โดยเจ้าหน้าที่ชุด EOD ได้เข้าตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ
นายธงชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี กล่าวว่า ใบอนุญาตขาด 26 มกราคม ต่อเรียบร้อยแล้ว ดำเนินการเรียบร้อย อยู่ระหว่างพิจารณาการต่อ ทำมาตั้ง 30 ปีแล้วเราก็ไม่รู้มันเกิดขึ้นได้ไง ตอนที่เกิดเหตุมีคนงานมา 3 คน เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 1 คนชื่อ นายเสน่ห์ (ขอสงวนนามสกุล) เขาทำอยู่คนเดียว อีก 2 คนคือลูกน้องที่กำลังมา ตอนเกิดเหตุประมาณ 7โมงกว่าๆ กำลังจะเข้ามาดูพอดี ทำมานานประมาณ 30 กว่าปี ขออนุญาติแล้ว ต่อทุกปี ทำตามที่กฎหมายกำหนดทุกอย่าง ทำตามรูปแบบทุกอย่าง ตอนนี้ก็รู้สึกเสียใจ มันพลาดไปแล้วก็ไม่รู้จะทำยังไง เราก็ป้องกันสุดๆแล้ว โรงเรือนเราก็คัดแยก ตรงนี้เราก็ถมที่รอคือไม่อยากให้มันกระจายไปทั่วทุกที เพราะพื้นที่ผมตรงนี้ก็ประมาณ 40 ไร่ ผมก็ทำให้มันห่าง ไม่ได้เกิดจากคนงานที่รวมกัน เพราคนผสมเป็นคนคนเดียวเขาก็รับผิดชอบคนเดียว อาจจะผิดพลาดช่วงยกมา เพราะดินที่เขาผสมมันยังไม่ได้เคล้ารวมกัน
นางบุญสม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต กล่าวว่า สามีมาทำงานที่นี่ทุกวันเพราะเป็นที่เดียวที่มีใบอนุญาต ซึ่งทำที่นี่มานานกว่า 10 ปีแล้ว เมื่อช่วงเช้าสามีได้เรียกตนแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรจากนั้นก็มาทำงานที่โรงพลุแห่งนี้ ซึ่งสามีตนเองเป็นผู้ผสมส่วนประกอบของพลุ ที่ผ่านมาไม่เคยบอกสามีให้เลิกทำเพราะถ้าไม่ทำก็อดตาย มีความจำเป็นต้องทำเพื่อปากท้อง ส่วนค่าตอบแทนนั้นได้เป็นรายวัน บางวันก็ได้พิเศษโดยเฉลี่ยอยู่ประมาณที่ 500 บาทต่อวัน
นายณัฐพงษ์ สงวนจิต ผวจ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า โรงงานพลุแห่งนี้เคยมีใบอนุญาตและได้หมดอายุไปเมื่อวันที่ 26 ม.ค.69 และกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการขอต่อใบอนุญาต จากการเกิดเหตุครั้งนี้ผู้ประกอบการมีมีความผิด โดยเบื้องต้นคือ ผลิตผลิตวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 ต้องระวังโทษจำคุกหนึ่งปีถึง 20 ปี หรือปรับ2,000 บาท-40,000 บาท และข้อหากระทำการประมาทกระทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งจากเหตุการณ์ผู้ระเบิดในครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต1ราย บาดเจ็บ 2 ราย ซึ่งผู้บาดเจ็บยืนยันปลอดภัยทั้งหมด
จากการสอบสวนผู้ประกอบการทราบว่าผู้ที่เสียชีวิตนั้นเป็นผู้ผสมวัตถุที่ใช้ประกอบในการทำพลุ ซึ่งผู้เสียชีวิตได้ทำมาแล้วกว่า 30 ปีถือว่าเป็นผู้ชำนาญ แต่ไม่รู้เกิดผิดพลาดอะไรจึงทำให้เกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้ขึ้น ส่วนกรณีโรงงานที่อยู่ระหว่างดำเนินการขอต่อใบอนุญาตนั้น และยังมีการทำและประกอบพลุอยู่ถือว่าผิด เพราะยังขออนุญาตไม่สมบูรณ์อยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการ ที่ผ่านมาต่างจังหวัดสุพรรณบุรีได้ดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจผู้ที่ลักลอบทำพลุในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีมายาวต่อเนื่อง ส่วนในเคสนี้กรณีที่ใบอนุญาตหมดอายุนั้นทางหน่วยงานได้แจ้งให้ผู้ประกอบการได้หยุดทำการผลิตพลุก่อนแล้ว แต่เมื่อผู้ประกอบการยังลักลอบผลิตพลุทั้งที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตที่กำลังต่อ หรืออยู่ ระหว่างรอต่อใบอนุญาตแล้วมีการกระทำและผลิตพลุจนเป็นเหตุระเบิดให้มีผู้เสียชีวิตถือว่าผิดกฎหมาย








