ข่าวภูมิภาค

รพ.กุยบุรีแจงเด็กมัธยมตีกันหน้า ER ยันไม่เกิดในอาคาร คุมสถานการณ์ได้

แชร์ข่าว

โรงพยาบาลกุยบุรีชี้แจงเหตุเด็กนักเรียนมัธยมยกพวกตีกันบริเวณหน้า ER ยืนยันไม่มีเหตุเกิดภายในอาคาร สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เตรียมประสานโรงเรียนและดำเนินการตามกฎหมาย

จากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่นยกพวกทะเลาะวิวาทบริเวณด้านหน้าห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลกุยบุรี อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยพบว่า มีชายแต่งกายชุดนักเรียนและชุดพละ ระดับชั้นมัธยมศึกษา ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ ส่งผลให้สังคมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการก่อเหตุทะเลาะวิวาทภายในสถานพยาบาล รวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลนั้น

ล่าสุดวันที่ 29 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบที่โรงพยาบาลกุยบุรี โดยมี นางวาสนา จังพานิช ที่ปรึกษาโรงพยาบาลกุยบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพยาบาล และคณะกรรมการที่ปรึกษาโรงพยาบาลกุยบุรี ร่วมให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชน พร้อมนำชี้จุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่บริเวณจุดจอดรถรับส่งผู้ป่วยด้านหน้าห้องฉุกเฉิน และบริเวณด้านข้างโต๊ะประชาสัมพันธ์ โดยยืนยันว่า ไม่มีการก่อเหตุภายในอาคารหรือในห้องฉุกเฉินแต่อย่างใด

นางวาสนา เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16.00–17.00 น. ของวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา โดยก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้รับผู้ป่วยชาย อายุ 17 ปี แต่งกายชุดนักเรียนมัธยม มีบาดแผลแตกบริเวณหางคิ้ว และได้ทำการเย็บแผลจำนวน 4 เข็ม ก่อนที่ผู้ป่วยจะออกมานั่งรอญาติบริเวณด้านหน้าห้องฉุกเฉิน

ต่อมามีกลุ่มวัยรุ่นอีกฝ่ายเดินทางมาถึงโรงพยาบาล เมื่อพบคู่กรณีจึงเกิดการทะเลาะวิวาทขึ้นตามคลิปที่ปรากฏในสื่อออนไลน์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการชกต่อยและรอยขีดข่วนหลายราย นอกจากนี้ยังมีชายอีก 1 ราย ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุทะเลาะวิวาทจากที่อื่นมาก่อน มีอาการแน่นหน้าอกและอ่อนแรง เจ้าหน้าที่จึงส่งต่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์

ขณะเกิดเหตุ โรงพยาบาลได้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยทันที โดยล็อกระบบห้องฉุกเฉิน นำผู้ป่วยที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจึงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด โดยไม่มีผลกระทบต่อผู้ป่วยภายในห้องฉุกเฉิน

นางวาสนา ระบุเพิ่มเติมว่า โรงพยาบาลกุยบุรีไม่เคยเกิดเหตุทะเลาะวิวาทลักษณะนี้มาก่อน และถือเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลมีการซ้อมแผนเผชิญเหตุเป็นประจำทุกปี ตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเพิ่งมีการซ้อมแผนไปเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนด้านความปลอดภัยได้อย่างเป็นระบบ

สำหรับแนวทางหลังจากนี้ โรงพยาบาลจะให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยเป็นอันดับแรก พร้อมประสานไปยังสถานศึกษาของนักเรียนที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำความเข้าใจร่วมกันถึงมาตรการและความรับผิดชอบ ขณะเดียวกันได้ประสานนิติกรสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมไปยังสถานศึกษาต้นสังกัดของนักเรียนที่ปรากฏอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว โดยทางผู้บริหารโรงเรียนให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถให้รายละเอียดใด ๆ ต่อสื่อมวลชนได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ก่อนพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของสถานศึกษาต่อไป

ข่าวแนะนำ