เกษตรอำเภอเลิงนกทา จ.ยโสธร จัดอบรมสร้างเครือข่ายเกษตรกรปลอดการเผา ส่งเสริมจัดการเศษวัสดุทำปุ๋ยหมัก–เพาะเห็ดฟาง ลด PM2.5 เพิ่มรายได้ ยกระดับเกษตรอินทรีย์ตามแนวทาง BCG Model อย่างยั่งยืน
วันที่ 29 ม.ค.69 นายเสรี พยุงวงศ์ เกษตรอำเภอเลิงนกทา มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเลิงนกทา จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อสร้างการรับรู้และสร้างเครือข่ายเกษตรกรปลอดการเผาในพื้นที่การเกษตร ตามโครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ กิจกรรมส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร โดยมีเกษตรกรเป้าหมายจากบ้านสมสะอาด หมู่ที่ 9 และหมู่ที่ 12 ต.โคกสำราญ อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร จำนวน 50 ราย เข้าร่วมกิจกรรม ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เครือข่าย ตำบลโคกสำราญ บ้านสมสะอาด หมู่ที่ 12 ตำบลโคกสำราญ อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญของการหยุดการเผาในพื้นที่การเกษตร และส่งเสริมการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรเพื่อนำมาเพิ่มมูลค่าในระบบเกษตรอินทรีย์ ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิต โดยใช้เศษวัสดุเหลือใช้ทดแทนการเผา พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือผ่านการสร้างเครือข่ายเกษตรกรต้นแบบปลอดการเผาในระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน
ภายในกิจกรรมได้เน้นการติดตามและสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เกษตรกรตระหนักถึงผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 และการสูญเสียอินทรียวัตถุในดินจากการเผา ซึ่งการเผาฟางข้าวเปรียบเสมือนการเผาปุ๋ย ทำให้สูญเสียธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืช โดยเฉพาะธาตุอาหารหลัก (N-P-K) คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 261 บาทต่อไร่
นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตการนำเศษวัสดุเหลือใช้ เช่น ฟางข้าวและตอซัง มาเพิ่มมูลค่าเป็น “ปัจจัยการผลิตอินทรีย์” ผ่านกิจกรรมการทำปุ๋ยหมักและการเพาะเห็ดฟาง ซึ่งการผลิตเห็ดฟางใช้เวลาเพียงประมาณ 10 วัน สามารถจำหน่ายได้ในราคากิโลกรัมละ 100 – 120 บาท ช่วยลดต้นทุนการผลิต สร้างอาชีพเสริม และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ตลอดจนเป็นการยกระดับการผลิตสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ตามแนวทางเศรษฐกิจ BCG Model
ทั้งนี้ การเผาในพื้นที่การเกษตรหากก่อให้เกิดอันตรายถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย มีโทษทั้งจำและปรับ อีกทั้งยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้พืชเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ ผลผลิตลดลง และเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ ก่อให้เกิดฝุ่นละออง หมอกควัน และก๊าซพิษ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของประเทศ
ในการนี้ เกษตรกรผู้เข้าร่วมกิจกรรมให้ความสนใจและมีส่วนร่วมในการจัดทำ “ข้อตกลงร่วมของเครือข่าย” เพื่อเฝ้าระวังและหยุดการเผาในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าหมายให้เกษตรกรไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีความรู้เพิ่มขึ้น และสามารถนำไปขยายผลในพื้นที่ได้จริง อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรดินและสิ่งแวดล้อมของจังหวัดยโสธรอย่างยั่งยืนต่อไป







