แรงงานวัยใสสะท้อนเสียง หนุนแนวคิดนำประกันสังคมออกนอกระบบราชการ ห่วงการนำเงินกองทุนไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ วอนลดเงินสมทบรายเดือน พร้อมฝากรัฐบาลชุดใหม่เร่งแก้ปัญหาเงินเฟ้อและค่าครองชีพ
วันที่ 28 ม.ค.69 เวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้รับฟังเสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้ประกันตน ในระบบประกันสังคม ถึงกรณีที่ได้มีฝ่ายการเมืองเสนอให้นำกองทุนประกันสังคมออกจากระบบราชการ จากผู้ใช้แรงงานวัยสดใส ที่แต่ละรายนั้นต่างสนับสนุนให้นำเอากองทุนประกันสังคมออกจากระบบราชการไป โดย น.ส.ธัญวรรณ ตรีหนู อายุ 25 ปี ชาว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พนักงานคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่ง กล่าวว่า ตนยังไม่เข้าใจระบบอะไรเกี่ยวกับประกันสังคมมากนัก เนื่องจากเคยทำงานมาก่อนหน้าแล้วและได้หยุดทำงานไป เมื่อประมาณ 2 ปี และเพิ่งจะกลับเข้ามาในระบบใหม่อีกครั้ง
รวมทั้งยังไม่เคยใช้สิทธิ์ หรือเบิกอะไรจากประกันสังคมเลย มีแต่ถูกหักเงินจากรายได้ส่งเข้าสู่กองทุนอย่างเดียว จึงยังไม่รู้ถึงประโยชน์อะไรมากนัก จึงยังไม่เห็นด้วยที่จะนำเอากองทุนประกันสังคมออกไปจากระบบราชการ ส่วนการปรับเปลี่ยนจะมีผลกระทบอะไรหรือไม่นั้น หากปรับเปลี่ยนแล้วมีการหักเงินรายได้ส่งเข้ากองทุนเพิ่มขึ้นก็ยังไม่เห็นด้วย แต่หากปรับเปลี่ยนแล้วหักเงินสมทบเข้ากองทุนลดลงจึงจะเห็นด้วย น.ส.ธัญวรรณ กล่าว
ส่วน น.ส.จุฑามณี พุฒศิริ อายุ 25 ปี ชาว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พนักงานขายในร้านจำหน่ายทองรูปพรรณภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนี่ง ย่านโรงเรียนเทศบาล 2 อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า สำหรับตนเองแล้วจะอย่างไรก็ได้ แต่หากจะให้ตัดสินใจจริงๆ ก็เห็นด้วยที่จะนำเอากองทุนประกันสังคมออกนอกระบบ และขณะนี้เห็นว่ามีข่าวเกี่ยวกับเรื่องที่ว่ามีการนำเงินของกองทุนออกไปใช้ด้านอื่น ซึ่งหากจะนำกองทุนประกันสังคมออกไปพัฒนาเป็นระบบของเขาเลยนั้นก็เห็นด้วย
ส่วนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้ประกันตนนั้นขณะนี้ยังตอบไม่ได้ และเชื่อว่าอาจจะไม่มี ส่วนการยกเครื่องระบบนั้นก็อยากให้มีความชัดเจนมากขึ้นและหักเงินจากผู้ประกันตนให้น้อยลง ตามที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ เพราะเห็นว่ามีการเสนอเป็นประเด็นว่าสามารถเอาประกันสังคมไปกินไปใช้จ่ายนั่น นี่ กินเลี้ยงได้ ซึ่งตรงนี้ก็เห็นด้วยอยู่ เพราะว่าบางครั้งมองว่าได้ถูกหักไปเยอะอยู่ และอยากให้ชี้แจงให้ละเอียดว่าเงินประกันสังคมเอาไว้ทำอะไรได้บ้าง
เพราะในบางครั้งที่เห็นว่ามีข่าวว่าเอาไปใช้สร้างนั่นสร้างนี่ จึงมองว่ามันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผู้ประกันตน เหมือนกับว่าทางโน้นเขาอยากทำไปเองมากกว่า จึงไม่อยากให้เอาไปใช้ในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ประกันตน เพราะว่าไม่ได้เกี่ยวกับผู้ส่งเงินสมทบเข้ากองทุน โดยตนนั้นอยู่ในระบบประกันสังคมมาได้ประมาณ 6-7 แล้ว ตั้งแต่เริ่มทำงาน
หลังการเลือกตั้งผ่านไปแล้ว ก็อยากให้ผู้ที่ได้จัดตั้งรัฐบาลพัฒนาประเทศไปให้ดีขึ้นกว่านี้ เพราะว่าในขณะนี้เหมือนกับว่าเศรษฐกิจอยู่ในภาวะเงินเฟ้อมาก ทำให้รู้สึกว่าทำงานในหนึ่งเดือนมีรายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย หรือไม่เพียงพอในการครองชีพ ก็อยากให้แก้ไขตรงนี้ อยากให้ลดปัญหาเงินเฟ้อ ไม่ว่าใครจะได้เป็นรัฐบาลก็ขอให้แก้ปัญหาตรงนี้ก่อน เพราะว่าคนที่มันเดือดร้อนจริงๆ คนที่ได้รับผลกระทบมันก็คือประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่ประชาชนมีรายได้น้อย แต่ค่าครองชีพสูงขึ้น
จากในอดีตเงิน 20 บาทสามารถกินก๋วยเตี๋ยวได้ แต่เดี๋ยวนี้กินไม่ได้แล้ว เวลานี้กินข้าว 1 มื้อจานละเกือบ 100 บาทแล้ว คือ ข้าวจานละ 80 รวมน้ำดื่มด้วยก็ประมาณ 100 บาทถือว่าสูงกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะอาหารตามสั่งขณะนี้ก็อยู่ที่ 70-80 บาทแล้ว ในขณะที่ค่าแรงจากการทำงานนั้นก็ได้เพียงแค่วันละไม่กี่ร้อยบาท ในหนึ่งเดือนเงินจึงไม่พอใช้จ่าย จึงขอพูดตรงๆ ว่า อยากให้ลดปัญหาตรงเรื่องเงินเฟ้อ น.ส.จุฑามณี กล่าว
ขณะที่ น.ส.เกวรินทร์ ทวีศักดิ์บารมี อายุ 35 ปี อดีตพนักงานร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ใน จ.กาญจนบุรี ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า สำหรับตนนั้นการที่จะเอาประกันสังคมออกนอกระบบนั้นเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะเราจะได้ใช้สิทธิของเราเต็มที่ โดยเฉพาะในขณะนี้ที่ตนเองถูกเลิกจ้าง จากที่เราเคยให้สิทธิเขาไปเต็มที่ แต่เรากลับไม่ได้ใช้สิทธิเต็มที่ตามที่เขาเคยบอกไว้ เช่น ขณะนี้ถูกเลิกจ้างจะได้เงินเป็นเวลา 6 เดือนเต็ม เดือนละ 6 พันบาทจากเงินเดือน 1.5 หมื่นบาท หรือ 45 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน
"แต่ขณะนี้หลังถูกเลิกจ้าง ได้เคยมีเงินเข้ามาแล้วแต่ได้ชะงักไป จนต้องมีการโทรศัพท์ติดตามอะไรกันวุ่นวายหลายอย่าง หลังจากรายงานตัวไปแล้ว เวลาได้ผ่านเลยมาแล้วถึงกว่า 3 สัปดาห์ ก็ยังไม่มีเงินส่วนที่ตนพึงได้รับเข้ามาเลย คือ มันล่าช้ามากจนทำให้เกิดผลกระทบกับการใช้ชีวิตจากการใช้สิทธิของเราที่ควรได้ จึงคิดว่าการที่จะนำประกันสังคมออกไปอยู่นอกระบบของทางราชการนั้น จึงน่าจะดีกว่า และน่าจะได้สิทธิเต็มมากกว่า" น.ส.เกวรินทร์ กล่าว








