จากกรณีนายจำปา (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ใช้อาวุธมีดทำร้าย ร.ต.อ.ปรีชา รอง สว.(สส.) สภ.หนองสองห้อง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนหลบหนีและถูกจับกุมได้ในเวลาต่อมา ล่าสุด
วันที่ 22 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านพักของผู้ก่อเหตุใน อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากครอบครัวและเพื่อนบ้าน
โดยมารดาของผู้ก่อเหตุ วัย83 ปี เปิดเผยว่า ตนเองมีลูก 6 คน นายจำปาเป็นคนที่ 3 เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา นายจำปา เคยมีแฟนสาวในหมู่บ้าน ต่อมาแฟนสาวได้ทิ้งไปมีสามีใหม่ นายจำปา เศร้าโศกเสียใจอย่างหนัก และเริ่มเก็บตัวไม่สุงสิงกับใคร จนมีอาการป่วยทางจิตเวช ทางครอบครัวจึงพาไปรักษาที่รพ.จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ รับการดูแลรักษาจากแพทย์ และเคยได้รับยาตามแผนการรักษา ซึ่งในช่วงหนึ่งสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ช่วยเหลืองานบ้าน ดูแลพ่อแม่ และทำงานเลี้ยงครอบครัว อย่างไรก็ตาม การดูแลรักษาในระยะหลังขาดความต่อเนื่องจากข้อจำกัดด้านการเดินทางและค่าใช้จ่าย
ครอบครัวยืนยันว่า ไม่เคยมีประวัติทำร้ายผู้อื่นหรือก่อเหตุรุนแรงในชุมชน และไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางการดูแลด้านสุขภาพของผู้ต้องหาอย่างเหมาะสม ควบคู่ไปกับกระบวนการยุติธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก
ด้านเพื่อนบ้านในพื้นที่ ระบุว่า ผู้ก่อเหตุเป็นคนเงียบ สุภาพ และช่วยเหลือพ่อแม่เป็นประจำ ชาวบ้านรับรู้ถึงภาวะด้านสุขภาพของผู้ก่อเหตุในระดับหนึ่ง และที่ผ่านมาไม่เคยมองว่าเป็นภัยต่อสังคม ทำให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความตกใจให้กับคนในชุมชนเป็นอย่างมาก
ด้าน พ.ต.อ.สุภสิทธิ์ ผกก.สภ.หนองสองห้อง เปิดเผยว่า จากการสอบสวนญาติพี่น้อง ทราบว่าผู้ต้องหาเคยเข้ารับการดูแลรักษาจากแพทย์มาก่อน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้นำมาประกอบการพิจารณาในขั้นตอนสอบสวน โดยจะดำเนินการตามกรอบกฎหมายอย่างรอบคอบ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินความเหมาะสมด้านการดูแลในระยะต่อไป ทั้งนี้ การดำเนินคดีจะคำนึงถึงสิทธิและศักดิ์ศรีของผู้ต้องหาเป็นสำคัญ ควบคู่กับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชน
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้แจ้ง 3 ข้อหา ได้แก่ ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน พยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ พกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนอาการของ ร.ต.อ.ปรีชา หลังเข้ารับการผ่าตัด แพทย์ยืนยันว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว และยังคงพักรักษาตัวอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด
ภูมิภาค-48







