เกิดอุบัติเหตุสลด จ.ยโสธร รถกระบะพยายามแซงรถคันหน้าแต่ไม่พ้น พุ่งชนประสานงารถบรรทุกพ่วงที่วิ่งสวนทาง บริเวณถนนวารีราชเดช อ.ทรายมูล ส่งผลให้คนขับกระบะถูกอัดก๊อปปี้เสียชีวิตคาพวงมาลัย ขณะถนนอยู่ระหว่างก่อสร้าง
เมื่อเวลาประมาณ 06.20 น. วันที่ 22 ม.ค.69 ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 1669 ของโรงพยาบาลยโสธรได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถกระบะชนประสานงากับรถบรรทุกพ่วงและมีผู้ได้รับบาดเจ็บติดคาซากรถโดยเหตุเกิดที่ถนนวารีราชเดช บริเวณก่อนถึงบ้านโคกยาว ตำบลทรายมูล อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร จึงแจ้งให้อาสาฯกู้ชีพใกล้เคียงที่เกิดเหตุออกตรวจสอบเพื่อให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ โดยในที่เกิดเหตุพบว่าเป็นถนนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างขยายผิวจราจรโดยมีการก่อสร้างทั้ง 2 ฝั่งถนนและเว้นช่องตรงกลางถนนเพื่อให้รถใช้สัญจรไปมาได้จึงทำให้เหลือช่องจราจรที่ค่อนข้างแคบ ซึ่งในจุดเกิดเหตุเป็นทรงตรงพบว่ามีรถกระบะยี่ห้อโตโยต้ารุ่นรีโว่สีขาวคัน ทะเบียน กรุงเทพมหานคร จอดขวางถนนอยู่ในสภาพด้านหน้าพังเสียหายยุบเข้ามาถึงห้องโดยสาร ส่วนคนขับถูกอัดก๊อปปี้เสียชีวิตคาพวงมาลัยซึ่งอาสาฯกู้ภัยได้ช่วยกันนำเครื่องตัดถ่างงัดเอาร่างออกจากซากรถก่อนหน้านั้นแล้วทราบชื่อ นายวีระชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ชาวอำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ใกล้กันพบรถคู่กรณีเป็นรถบรรทุกพ่วงยี่ห้ออีซูซุสีขาวคัน ทะเบียนมุกดาหาร จอดอยู่ในเลนของตัวเองในสภาพด้านหน้ารถฝั่งขวาพังเสียหายยับและเพลาล้อหน้าขาดออกจากตัวรถ โดยมีนายวังทอง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ชาวอำเภอปรางกู่ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นคนขับซึ่งเดินทางมากับภรรยาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
จากการสอบถาม นายวังทอ คนขับรถบรรทุกพ่วง เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถบรรทุกพ่วงคันดังกล่าวบรรทุกผ้ามาจากจังหวัดมุกดาหารเพื่อจะนำไปส่งที่กรุงเทพมหานคร โดยมีภรรยานั่งมาเป็นเพื่อนด้วยจนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางตรงแต่ถนนอยู่ระหว่างการก่อสร้างขยายผิวจราจรทั้ง 2 ฝั่งถนนแต่มีการเว้นช่องกลางถนนให้รถสามารถวิ่งสวนทางกันได้จึงทำให้ช่องจราจรค่อนข้างแคบระหว่างนั้นตนเห็นรถกระบะคู่กรณีพยายามแซงรถบรรทุกเทเลอร์อีกคันที่วิ่งอยู่ด้านหน้าแซงขวาขึ้นมาอยู่รวดเร็วแต่ไม่พ้นเนื่องจากรถบรรทุกของตนวิ่งสวนทางมาพอดีจนทำให้เกิดการพุ่งชนประสานงากันอย่างแรงจนส่งผลให้คนขับรถกระบะซึ่งเดินทางมาคนเดียวถูกชนอัดก๊อปปี้เสียชีวิตคาพวงมาลัยดังกล่าว
ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบปากคำคนขับรถบรรทุกพ่วงให้ละเอียดอีกครั้งพร้อมทั้งสอบปากคำพยานแวดล้อมที่เห็นเหตุการณ์ว่าใครผิดใครถูกก่อนจะได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








