ประชาสัมพันธ์แปดริ้วร่วม กกต.ติวเข้มสื่อพร้อมเครือข่ายระดับอำเภอ รับมือทำข่าวเลือกตั้ง 2569 และการออกเสียงทำประชามติแก้ รธน. แนะสื่ออย่าตั้งคำถามเสี้ยมให้ผู้สมัครเกิดความขัดแย้ง หรือทำลายบรรยากาศที่ดีของการเลือกตั้งระหว่างผู้สมัคร พร้อมขอให้แนะนำตัวต่อกรรมการหน่วยก่อนเข้าทำหน้าที่ในวันกาบัตร เพื่อป้องกันปัญหาเกิดความสับสนหรือหวาดระแวงต่อผู้มาใช้สิทธิ์
วันที่ 21 ม.ค.69 เวลา 09.00-14.00 น. ที่ห้องชลธี 2 โรงแรมวันธารา เวลเนสรีสอร์ท แอนด์โฮเทล ต.คลองนา อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา น.ส.สมฤทัย เพ็งแจ่ม ประชาสัมพันธ์ จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยนายป้องปราการ โสธรเทวาพิทักษ์ ผอ.กกต.ฉะเชิงเทรา ได้จัดกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์ เพื่อเสริมสร้างทักษะ สร้างความรู้ ความเข้าใจ แนวทางในการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 ก.พ.69
ตามโครงการสนับสนุนให้เกิดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารให้มีประสิทธิภาพ โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 20 คน ซึ่งมีการบรรยายในหัวข้อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพร้อมกับการออกเสียงประชามติในวันเดียวกัน การบรรยายถึงแนวทางในการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ รวมถึงการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ตามโครงการ ก่อนที่จะมีการชี้แจงเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของ จนท. และการทำหน้าที่ของสื่อว่าสามารถทำสิ่งใดได้บ้าง รวมถึงสิ่งที่ควรทำของกลุ่มเป้าหมายทั้งสื่อมวลชนและเครือข่ายประชาสัมพันธ์ของแต่ละอำเภอใน จ.ฉะเชิงเทรา
โดยนายป้องปราการ ได้ตอบข้อสงสัย จากการซักถามของสื่อมวลชนบางแขนงเกี่ยวกับเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อเกี่ยวกับการถ่ายภาพที่บริเวณหน่วยเลือกตั้งว่า หากเป็นไปได้สื่อมวลชนควรที่จะแสดงบัตรประจำตัวผู้สื่อข่าวของต้นสังกัด หรือมีการแจ้งบอกกับทางประธานหน่วยเลือกตั้ง ว่ามาจากสื่อไหนหน่วยงานใด เพื่อที่ประธานหน่วยจะได้ทราบ ซึ่งที่ผ่านมาอาจมีบางรายไปห้ามถ่ายภาพเพราะว่าไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน
เพราะว่าผู้ที่เข้ามาถ่ายภาพนั้นอาจมีบางส่วนที่มาจากทางพรรคการเมืองหรือผู้สมัคร ที่มาตั้งกล้องถ่ายภาพไว้ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งเย็น ซึ่งผิดวิสัยไปจากปกติ โดยหากเป็นสื่อมวลชนที่แท้จริงก็คงจะไม่ทำอย่างนั้น แม้การตั้งกล้องอาจจะไม่ได้ผิดอะไรเมื่อครั้งในสมัยอดีต แต่ในภายหลังได้มีประชาชนผู้มีสิทธิได้ร้องเรียนมาว่า เป็นการคุกคามหรือข่มขู่ และผิดกฎหมาย PDPA ซึ่งห้ามเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเรื่องใครไปใช้สิทธิใครไม่ไปใช้สิทธิ แล้วไปคุกคามว่าคนนี้มาแล้วแต่คนนี้ยังไม่มา และหากพบว่าใครยังไม่มาก็ให้ไปตามกันมา ซึ่งผู้ร้องคิดว่ามันควรจะมีความเป็นอิสระเสรีไม่ควรมีใครมาคุกคามแบบนั้น
แต่กฎหมายเลือกตั้งไม่ได้ห้ามเกี่ยวกับการไปตั้งกล้อง แต่จะไปผิดกฎหมาย PDPA ซึ่งความจริง กกต.ก็ไม่ควรที่จะไปรับผิดชอบกฎหมายตรงนั้น แต่อาจจะเตือนว่าไม่สมควรหรือไม่เหมาะสมที่จะมาตั้งกล้องกันเป็นวันๆ แต่สำหรับในช่วงนับคะแนนนั้นสามารถตั้งกล้องถ่ายได้เลย แต่ในขณะลงคะแนนนั้นไม่ควรไปตั้งกล้องตั้งแต่เช้าจรดเย็นจนทำให้ประชาชนนั้นรู้สึกว่าถูกคุกคาม หรือนำมาเป็นประเด็นและนำมาร้องเรียนต่างๆ จะทำให้เกิดความวุ่นวาย และทางกรรมการหน่วยก็อาจจะไม่สบายใจเกี่ยวกับการมาเก็บข้อมูลต่างๆ
ซึ่งการสังเกตการณ์เลือกตั้งนั้น จะมีตัวแทนของผู้สมัครอยู่แล้ว รวมถึงผู้สังเกตการณ์จากทาง กกต.ด้วย ที่เรียกว่าอาสาสมัครที่จะไปสังเกตการณ์ที่หน่วยเลือกตั้ง จึงขอแนะนำว่า ทำเท่าที่เหมาะสมหรือเท่าที่จะเห็นว่าไม่เป็นการไปคุกคามการใช้สิทธิ์ของ ปชช. แต่สำหรับสื่อมวลชนนั้น ในส่วนของกรรมการหน่วยคงจะไม่ได้ห้ามอะไร เพราะว่าสื่อนั้นเชื่อว่าเป็นการทำข่าวด้วยความเป็นกลางอยู่แล้ว และไม่ได้เห็นว่าจะเป็นเรื่องอะไรที่ผิดกฎหมาย แต่ขอให้แสดงตนหรือบอกกับทางกรรมการหน่วยก่อนที่จะเก็บภาพเก็บบรรยากาศการใช้สิทธิ์เลือกตั้ง
ส่วนการตอบคำถามสื่อของนักการเมืองหรือผู้สมัครในการให้สัมภาษณ์สื่อ เกี่ยวกับการเลือกตั้ง กระบวนการเลือกตั้ง การหาเสียงของผู้สมัคร นโยบายการหาเสียงของผู้สมัครนั้นสามารถถามตอบได้ ส่วนจุดที่จะเป็นปัญหาในส่วนของการตอบของผู้สมัครนั้น 1, ต้องไม่เป็นการจูงใจ ให้อามิสสินจ้าง เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ประชาชน 2, ไม่หลอกลวง ใช้อิทธิพลคุกคาม ในการพูดออกสื่อสาธารณะนั้นก็จะเป็นหลักฐานย้อนกลับมาดำเนินการกับตัวผู้สมัครเอง หากมีการนำไปใช้เพื่อร้องเรียนอะไรกันต่างๆ
ส่วนคำถามของสื่อนั้นก็ควรที่จะเป็นคำถามที่เป็นกลาง สร้างสรรค์ และไม่เป็นการยั่วยุ หรือไปเอาความผิดพลาดของฝ่ายตรงข้ามมาถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ เรื่องนั้น กับอีกฝ่ายหนึ่ง ว่ามีความคิดเห็นอย่างไร จะดำเนินการอย่างไร ซึ่งเป็นเสมือนกับการเสี้ยมให้ผู้สมัครทะเลาะกัน จะเป็นการทำให้บรรยากาศของการเลือกตั้งหรือการหาเสียงเลือกตั้ง ดูไม่ราบรื่นสวยงาม สื่อที่เป็นกลางจึงไม่ควรจะสร้างประเด็นคำถามเพื่อให้เกิดการทะเลาะกันหรือแตกแยก หรือทำให้เกิดการร้องเรียนซึ่งกันและกันของผู้สมัครทุกฝ่าย นายป้องปราการ กล่าว
ภูมิภาค-18








