ตำรวจขอนแก่นจับชายวัย 40 ปี ทำลายป้ายหาเสียงภูมิใจไทย-พรรคประชาชน รับทำเพราะไม่ชอบการเมือง ตรวจพบประวัติลักทรัพย์ที่เชียงใหม่
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที 21 ม.ค.69 พล ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผบก ภ.จว.ขอนแก่น ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น (ศลต.ภ.จว.ขอนแก่น) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนาวัชร ดีบุญมี ณ ชุมแพ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น และ พ.ต.ท.ขจรศักดิ์ ดาระภา รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น นำกำลังชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น สืบสวนสอบสวนติดตามกรณีมีคนร้ายที่ก่อเหตุทำลายป้ายหาเสียงผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน และ พรรคภูมิใจไทย โดยสามารถจับกุมตัวนายจิรพงษ์ หรือต่อ อายุ 40 ปี ภูมิลำเนา อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น (เจ้าตัวไม่ยินยอมให้เปิดเผยชื่อและนามสกุล) ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านพัก ในเขต อ.เมืองขอนแก่น
พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เขต1 และ เขต2 ว่าป้ายหาเสียงไปติดตั้งในบริเวณต่างๆ ในเขต ต.ในเมือง, ต.เมืองเก่า และ ต.พระลับถูกทำลาย ทำให้เสียหาย จำนวน 33 ป้าย เหตุเกิดช่วงระหว่างวันที่ 13-15 ม.ค. 2569 และในเวลาต่อมา ได้มีผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย มาแจ้งความร้องทุกข์ว่ามี คนร้ายไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดได้ทำลายป้ายหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งจนได้รับความเสียหาย ในเขต ตำบลในเมือง, ตำบลพระลับ, และตำบลเมืองเก่า ในช่วงระหว่างวันที่ 13-20 มค.เช่นกัน
"ชุดสืบสวน ออกตรวจสถานที่เกิดเหตุพร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อสืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีซึ่งจากการสืบสวนทราบจากกล้องวงจรปิดว่า ผู้ก่อเหตุ ทำลายป้ายหาเสียงของผู้สมัครทั้งสองพรรค ทุกครั้ง มีตำหนิรูปพรรณคล้ายคลึงกันคือยานพาหนะที่ใช้ เป็นรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีขาว หมายเลขทะเยียน กกข ขอนแก่น 26 ป้ายทะเบียนรถรับจ้างสาธารณะ แต่งกายด้วยการสวมหมวกกันน็อก สีฟ้าสวมเสื้อแขนยาว สีดำแถบขาวสวมรองเท้าผ้าใบ สีแดง จนกระทั่งสืบทราบว่านายจิรพงษ์ เป็นคนก่อเหตุจึงควบคุมตัวมาสอบสวนและได้นำวีดีโอที่ตรวจเก็บได้จากที่เกิดเหตุให้ นายจิรพงษ์ ตรวจสอบ รับสารภาพว่าเป็นบุคคลที่ปรากฏในที่เกิดเหตุ และได้ก่อเหตุในคดีนี้ จริง"
ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหาให้การรับว่าสาเหตุที่ก่อเหตุเป็นเหตุผลส่วนตัวต่อพรรคการเมือง โดยไม่มีผู้ว่าจ้าง หรือมีบุคคลอื่นมาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด และจากการตรวจสอบประวัติพบว่าเคยถูกดำเนินคดีในความผิด ลักทรัพย์นายจ้าง ของสภ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อปี 2561 อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนแล้วเสร็จจึงตั้งข้อกล่าวหาว่าทำให้เสียทรัพย์ ก่อนจะควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
#ภูมิภาค-48








