ข่าวภูมิภาค

"บิ๊กแจ๊ส" เปิดใจหนุน "กล้าธรรม" ชู "ธรรมนัส" ทำงานจริง หวังแก้รถติด-น้ำท่วม

แชร์ข่าว

"บิ๊กแจ๊ส" เปิดใจ สาเหตุหนุนพรรคกล้าธรรค ยอมรับประทับใจธรรมนัสทำงานถึงลูกถึงคน ส่งคนสนิทลุยสนาม สส. หวังแก้รถติด น้ำท่วมถาวร ลั่น “สีเทา” เป็นวาทกรรมใช้ดิสเครดิตทางการเมืองแจงชัดปมส่งแข่ง “ภูมิใจไทย” ยันยังรัก “อนุทิน” แต่หน้าที่ดูแลประชาชนต้องมาก่อน

วันที่ 19 ม.ค.69 ที่ มูลนิธิมงคล-จงกล ธูปกระจ่าง ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี (อบจ.ปทุมธานี) ได้เปิดมูลนิธิฯ ให้สัมภาษณ์พิเศษถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่กำลังถูกจับตามอง กรณีการส่งทีมงานในนาม “กลุ่มคนรักปทุม” ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในนามพรรคกล้าธรรม

พล.ต.ท. คำรณวิทย์ เปิดเผยถึงสาเหตุสำคัญที่ต้องโดดลงมาสนับสนุนการเมืองระดับชาติว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่บริหารงานในตำแหน่งนายก อบจ. พบว่าข้อจำกัดเรื่องงบประมาณเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาจังหวัดที่เจริญแบบก้าวกระโดด อบจ.ปทุมธานี แต่มีงบประมาณจำกัดเพียงปีละประมาณ 2,000 ล้านบาท เมื่อเจอกับวิกฤตการณ์ใหญ่ๆ อย่างโรคโควิด-19 หรือปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก งบเท่านี้มันไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งหลายโครงการมันเกินขอบเขตอำนาจและกำลังเงินของท้องถิ่น ย้ำว่าจังหวัดปทุมธานีต้องการการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะ 2 โครงการหลักที่ตนตั้งใจผลักดันให้เกิดขึ้นจริง คือ โครงการรถไฟฟ้าโมโนเรล (Monorail) เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตจราจรที่เรื้อรังมานาน การสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมถาวร เพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากภัยธรรมชาติในระยะยาว โครงการเหล่านี้ อบจ. ทำฝ่ายเดียวไม่ได้ เราจำเป็นต้องมี ‘ตัวแทน’ ในสภาผู้แทนราษฎรที่เข้าใจหัวอกคนปทุมฯ จริงๆ เข้าไปช่วยยกมือสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลลงมาที่จังหวัดของเรา

ส่วนในประเด็นการเข้าสังกัด พรรคกล้าธรรม พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ชี้แจงว่า แจงว่า ตนไม่ได้ต้องการเล่นการเมืองเพื่ออำนาจ แต่เป็นการเลือกที่ต้องทำตามกฎหมายเพื่อให้สามารถสนับสนุนทีมงานได้อย่างเต็มที่ พร้อมยืนยันว่าจุดยืนหลักคือการเลือก “ตัวบุคคลและผลงาน” มากกว่าชื่อพรรค ตัวผมสมัครเข้าสมาชิกพรรค เพราะต้องการขึ้นรูปคู่กับทีมงานที่ผมไว้ใจ คือ

1.นายนพพร ขาวขำ อดีตรองนายกฯองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีลงเขต 1 เบอร์ 2

2.นางสาวพชรชิสา พัชธิระธารีรัตน์ อดีตรองนายกฯองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ส่งลงเขต 6 เบอร์ 4

3.นายชยุต สินพูนภักดิ์ อดีตรองนายกฯเทศบาลนครรังสิต ส่งลงเขต 4 เบอร์ 7

และ 4.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ อดีตรองโฆษกรัฐบาล ส่งลงเขต 5 เบอร์8

แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะรับทั้งหมด ผมคัดกรองเฉพาะคนทำงานจริง ประวัติขาวสะอาด และพร้อมจะเสียสละเหนื่อยเพื่อชาวปทุมธานีเท่านั้น ทีมคนรักปทุมของผมคือกลุ่มคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา เราคุยกันรู้เรื่องและมีเป้าหมายเดียวกันคือการพัฒนาบ้านเกิด พร้อมเชื่อมั่นว่าหากการเมืองระดับท้องถิ่นและระดับชาติทำงานสอดประสานกัน จะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกโฉมจังหวัดให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมฝากถึงพี่น้องประชาชนให้พิจารณาผู้สมัครจากความตั้งใจและผลงานที่ผ่านมาเป็นที่ตั้ง ที่ผมสนับสนุนพรรคกล้าธรรม เพราะ 1 เป็นพรรคการเมืองใหม่ ในสมัยที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลาช่วง 5 ปี มีพรรคการเมืองพรรคไหนบ้าง ที่เป็นพรรคที่มี ส.ส. ในปทุมธานี แต่ไม่ได้ลงมาช่วย ทำงานกับท้องถิ่น เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน กล้าธรรมเป็นพรรคใหม่ที่เกิดขึ้น และเราได้ส่งทั้งสอง รองนายก อบจ.ปทุมธานี และ รองนายก ทน.รังสิต ลงไปเพื่อเราต้องการคนทำงาน เพื่อทำงานร่วมกับท้องถิ่น อันนี้เป็นเหตุผลที่เราเป็นสมาชิกเพราะเราต้องการ ช่วยท่านรองนายกทั้ง 3 คนลงไปช่วยหาเสียง แต่เรายังทำภายใต้กรอบของกฎหมาย เราขึ้นรูปคู่ หาเสียงเฉพาะวันหยุด ไม่เอาอำนาจหน้าที่ไปช่วย อันนี้เราทำของเราตลอด และอีกประเด็นหนึ่ง ผมเอง กับพรรคภูมิใจไทย ผมก็มีสายสัมพันธ์ ผมก็เคารพนับถือ ท่านอนุทิน ท่านนายกรัฐมนตรี เราก็สนิทกัน รักกัน ท่านเนวิน มีอะไรเราก็พูดคุยกัน ก็เคารพรักกัน แต่ขนะเดียวกัน เราสังกัดพรรคพวกจริงๆ  อย่างที่บอก แต่บางพรรคผู้สมัครเรารับไม่ได้ คนที่ทุจริตแม้กระทั่งถุงยังชีพ ศาลชั้นต้นตัดสิน ลงโทษ คุณก็ส่งลูกสาวลงสมัคร หรือไม่คุณก็เอาคนที่ดูถูกคนปทุมว่ากินหญ้า มาลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ผมก็รับไม่ได้ ดังนั้นผมจึงดูพรรคใหม่ที่เกิดขึ้น และถ้าเกิดเข้าไปเป็น ส.ส. ได้จริงๆ ก็ต้องพร้อมจะลงมาช่วยพี่น้องประชาชน และอีกอย่างที่ผมสัมผัสได้ ผมไม่ได้เชียร์ใคร ในช่วงวิกฤตน้ำท่วมในปีที่ผ่านมา ผมรู้ว่าปทุมร่อแร่เต็มที เพราะการบริหารจัดการน้ำท่วมเราต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ต้องประสานงานร่วมกันกับหลายๆ กระทรวง โดยเฉพาะกรมทรัพยากรน้ำ และ กรมชลประทานซึ่งในช่วงนั้น ผมก็ไม่รู้จะหันไปทางไหน เราต้องเอาปทุมให้รอดให้ได้ ผมพยายามวิ่งประสานงาน ด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เพราะเราไม่มีอำนาจ อย่างตัวผมจะไปสั่งทางกรมชลประทานได้ไหม ผมทำไม่ได้ ได้แต่ไปขอความกรุณา วางแผนร่วมกัน

แต่ในช่วงที่กำลังวิกฤต ที่เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำมา 2,500 -2,600 ผมรู้ถ้าเกิน 3,000 ปทุมเราไม่รอดแน่ พอดีวันนั้น ท่านธรรมนัส ซึ่งก็รู้จักกันมานาน มีพี่น้องประชาชนนำปัญหานี้ไปให้ท่านช่วย ผมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ท่านถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น พี่แจ๊ส จะแก้ปัญหายังไง ให้เร็วที่สุด ผมจึงนำเรียนท่าน ท่านธรรมนัสจึงแจ้งว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ 9 โมงเช้าประชุมกันแล้วท่านโทรศัพท์เดี๋ยวนั้น ให้ทุกผ่ายทั้งกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ และผมเอง รวมทั้งผู้แทนของประชาชนที่เดือดร้อน ไปประชุมที่ห้องเลย ทันทีทันใดเลย อันนี้ผมมองว่าเป็นการทำงานถึงลูกถึงคนเท่านั้นเอง และจริงใจที่จะมาแก้ปัญหาให้ปทุมธานี ส่วนในกรณีที่มีผู้ไปออกคลิปโจมตีผม ว่ามันก็น้ำท่วมอยู่ดี ใช่มันท่วมครับมีอดีต ส.ส. บางคน ไปออกออกคลิปโจมตีว่า ที่จริงน้ำท่วมเขาแก้กันมาทุกปีอยู่แล้ว ทำไมต้องมาพูดตอนนี้ ไม่ใช่ครับ คุณไม่รู้เรื่อง ไอ้นอกแนวถนน มันต้องท่วมทุกปีอยู่แล้ว เพราะอยู่นอกแนวกคันป้องกันนำ้คุณก็ไปเอาภาพถือข้าวสาร แจก ประชาชน อันนั้นนอกแนวกั่น ซึ้งท่วมกันประจำอยู่แล้วเราก็ดูแลกันมาตลอด แต่ที่เราเป็นกั่งวนคือข้างในแนวนี่ซิ เราให้ท่วมเข้ามาไม่ได้ เพราะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ผมบอกเสมอว่าทุ่งรังสิต มันไม่ใช่แก้มลิงอีกต่อไป มันไม่ใช่ทุ่งผันน้ำเพื่อไปเก็บ แต่มันเป็นบ้านจัดสรรทั้งหมด ยอมรับประทับใจท่านธรรมนัส รับข้อมูลแล้วแก้ไขทันที่ ตรงนี้ต่างหาก ที่ผมชอบเพราะอะไร เพราะทำงานถึงลูกถึงคน และลงมาช่วยผมจริงๆ ตอนนั้น ทำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมา เอาเครื่องสูบน้ำมาเตรียม จุดไหนวิกฤตเราจึงพร้อมที่จะแก้ปัญหา หลังจากนั้น 20 วันเราก็ผ่านวิกฤตน้ำท่วมไปได้

ในประเด็นร้อนเรื่อง "ทุนสีเทา" ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงการเมือง พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ตั้งคำถามถึงนิยามของคำว่า "เทา" ว่าคืออะไร และมีหลักฐานชัดเจนหรือไม่ที่นำมากล่าวหาว่าใครเกี่ยวข้องกับเงินสีเทา โดยมองว่านี่เป็นเพียงการโจมตีกันในช่วงเลือกตั้งเท่านั้น เน้นย้ำว่าไม่สนใจเรื่องการสาดโคลนหรือวาทกรรมสวยหรู แต่ให้ความสำคัญกับ "คนที่ทำงานจริง" เพื่อจังหวัดปทุมธานีมากกว่า โดยระบุว่าจังหวัดปทุมธานีเติบโตเร็วมาก ประชากรแฝงเยอะ และมีจำนวน ส.ส. เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงต้องการคนที่พร้อมจะแก้ปัญหาในพื้นที่อย่างแท้จริง ยกตัวอย่างเหตุการณ์สำคัญที่ผ่านมา เช่นสถานการณ์โควิด-19 และน้ำท่วมปี 2554 ตนเองลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนตลอด แต่ไม่เห็นนักการเมืองบางคนออกมาช่วยเหลือในช่วงเวลานั้น หรือปัญหาปัจจุบันี้เรื่องฝุ่น PM 2.5 ผมก็กำลังเร่งระดมรถฉีดพ่นละอองน้ำและล้างถนนเพื่อลดปัญหาฝุ่นในจังหวัดและตั้งคำถามว่ามีนักการเมืองหรือ ส.ส. คนไหนลงมาช่วยดูแลประชาชนในเรื่องนี้บ้าง ผมจึงอยากฝากถึงชาวปทุมธานีให้พิจารณาเลือก ส.ส. ที่ "ตัวบุคคล" และ "ผลงาน" มากกว่าการเลือกตามพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว โดยเน้นให้เลือกคนที่ลงมือทำเพื่อประชาชนจริงๆ ไม่ใช่แค่เป็น ส.ส. แล้วหายหน้าไป อยากจะเน้นย้ำถึงแนวคิด "คนปทุมธานี เพื่อปทุมธานี" และต้องการเห็นการวางแผนเพื่ออนาคตของจังหวัดโดยคนที่เข้าใจพื้นที่จริงๆ

#ภูมิภาค-28