ข่าวภูมิภาค

"จุลพันธ์-จิราพร-สุทิน” ลุยปราศรัยอีสาน อัดรัฐบาล “อนุทิน” กินรวบองค์กรอิสระ

แชร์ข่าว

ปราศรัย “กาฬสินธุ์” เขต 5 ดุเดือด อัดรัฐหนูกินรวบองค์กรอิสระ พรรคเพื่อไทยมั่นใจ ยก 6 เขตเลือกตั้ง ด้านแกนนำพรรคเพื่อไทย มั่นใจปักธงได้ 6 เขตเลือกตั้ง ชูนโยบายปราบโกง-สแกมเมอร์ หวยเกษียณ แก้ปัญหาผลผลิตทางการเกษตร

 

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 ที่สนามกีฬาโรงเรียนอำเภอนามน จ.กาฬสินธุ์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์  หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยขุนพลอีสานเพื่อไทย นำโดย นายสุทิน คลังแสง อดีต รมว.กลาโหม นางสาวจิราพร สินธุไพร อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายฉลาด ขามช่วง อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด อดีต สส. เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงช่วย นายทินพล ศรีธเรศ ผู้สมัคร สส.กาฬสินธุ์ เขต 5 และ นายวิรัช พิมพะนิตย์ ผู้สมัคร สส.กาฬสินธุ์ เขต 1 และ นายณัฐวัชต์ พิมพะนิตย์ ผู้สมัคร ส.ส. กาฬสินธุ์ เขต 4 พรรคเพื่อไทย มีประชาชนชาวอ.สมเด็จ และอ.นามน เข้ารับฟังการปราศรัยกว่าหนึ่งหมื่นคน ทั้งนี้การปราศรัย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หน.พรรคเพื่อไทย และแกนนำ เน้นย้ำในเรื่องนโยบายพรรคเพื่อไทย โดยชูหวยเกษียณอายุและการแก้ไขปัญหาผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ที่สร้างปัญหาให้กับประชาชน อีกทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกรูปแบบ

 

นางสาวจิราพร สินธุไพร กล่าวปราศรัยว่าในช่วงที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล 2 ปี แต่ถูกเขาเอาออก ทำให้พรรคภูมิใจไทย มาเป็นรัฐบาล โดยการค้ำยันของ พรรคประชาชนหรือ ”พรรคสีส้ม“ มีการทำ MOA ของสองพรรคนี้ มีการวิจารณ์จาก สื่อมวลชน ว่าเป็นการจัดตั้งรัฐบาลแบบพิศดาร หมายถึงเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยในประวัติศาสตร์ไทย แต่ฝ่ายค้านมีเสียงข้างมาก การบริหารประเทศของรัฐบาล”อนุทิน“ จึงบริหารแบบลุ่มๆดอนๆ ไม่มีเสถียรภาพ เพราะผลจากการที่พรรคประชาชน เปิดโอกาสให้พรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล สื่อมวลชนยังวิจารณ์ว่าเป็นการให้โอกาส ”พรรคภูมิใจไทย“ ใช้อำนาจสร้างแต้มต่อทางการเมืองทุกด้าน เพื่อเตรียมการเข้าสู่การเลือกตั้งและยังเปิดโอกาสในการเข้ามาจัดการคดีสำคัญในหลายคดี เช่น คดี ฮั้ว สว. และคดีเขากระโดง ที่ก่อนหน้าถูกพรรคเพื่อไทยตรวจสอบ จนพบข้อเท็จจริงหลายอย่างมีการเปิดโปงในสภา จนสื่อมวลชนตีข่าวว่าให้ สว. และ สส. หลายคนรวมถึง นายอนุทินฯ ไปรับทราบข้อกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. แต่ปรากฏว่าเมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล อำนาจเปลี่ยนมือปรากฏว่าพยานในคดี ”ฮั้ว สว.“ กลับคำให้การทันที ที่ยังรวมถึงคดีเขากระโดงที่ทุกวันนี้ไม่มีความคืบหน้า

 

”การเลือกตั้งครั้งนี้หากพี่น้องประชาชนไม่ต้องการให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี ขอให้พี่น้องประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค เพราะหากไปเลือกพรรคอื่น ก็จะทำให้ พรรคเล็กๆเข้าไปสนับสนุนเลือก นายอนุทินฯ กลับมาเช่นเดิม เพราะการที่จะเลือกเอาแคนดิเดตของแต่ละพรรคเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องได้จำนวน สส.มากถึง 25 คน จึงขอให้ เลือก นายทินพล ศรีธเรศ ผู้สมัคร สส.กาฬสินธุ์ เขต 5 และเลือก นายวิรัช พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 1 เข้าไปเป็น สส.เพื่อรับใช้พี่น้องประชาชนเช่นเดิม และรวมถึงเลือกพรรคเพื่อไทย ด้วย “ น.ส.จิราพร กล่าวฯ

 

ด้าน นายจุลพันธ์ กล่าวปราศรัยว่า การจะทำให้นโยบายพรรคเพื่อไทยสำเร็จ จำเป็นที่พี่น้องประชาชนต้องเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค และได้ยกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทย คือ นายยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ หรือ อ.เชน ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณวุฒิและวัยวุฒิที่มีความพร้อม เป็นนายกรัฐมนตรีและพูดถึงรัฐบาล ”นายอนุทิน“ ที่มีความเคลือบแคลงในการโยกย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ

 

ขณะที่ นายสุทิน คลังแสง กล่าวปราศรัยตอนหนึ่ง เกี่ยวกับปัญหาหนี้กองทุนเงินล้าน ที่ประชาชนเป็นหนี้จำนวนมาก ประกาศที่จะแก้ปัญหาด้วยการปลดหนี้กองทุน และการเพิ่มเบี้ยยังชีพ เป็นเงินประกันรายได้คนไทย จากเบี้ยยังชีพสูงอายุ 600-800 บาทให้เต็มจำนวน 3,000 บาท ให้ประชาชนกินอิ่มนอนอุ่นทุกครอบครัวทั่วไทย ส่วนด้านการป้องกันยาเสพติด จะผลักดันให้จัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดในทุกจังหวัด ในกลุ่มผู้ค้าให้โอกาสกลับตัวกลับใจ ให้ชุมชนช่วยเหลือกัน โดยขอให้ทหารเข้ามาร่วมสแกนพื้นที่ร่วมกับชาวบ้าน นอกจากนี้นโยบายการออมเงิน จะนำหวยเกษียณที่จะเป็นการออมเงิน นอกจากนี้ยังกล่าวรณรงค์ท่ามกลางสถานการณ์การเลือกตั้งโค้งสุดท้ายที่คาดว่าอาจจะมีการใช้เงินในการเลือกตั้งถึงหัวละ 2,000 บาท ที่หากเป็นความจริงก็ขอให้ประชาชนมาเลือกพรรคเพื่อไทยเช่นเดิม เพื่อจะได้สัมผัสนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ทำได้จริง

 

ภูมิภาค-47

ข่าวแนะนำ

แชร์ข่าว