เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 16 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม,นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยพร้อมคณะ ลงพื้นที่ที่เกิดเหตุเครนยกระดับถนนพระราม 2 (M82) ถล่มลงมาจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บอีก 2 คน โดยมีนายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร,นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง,รองผู้ว่าราชการจังหวัด,ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7,ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร,นายก อบจ.สมุทรสาคร หัวหน้าส่วนราชการ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดสมุทรสาคร เข้าร่วม เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาและการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุโครงสร้างเหล็ก (Launching Gantry - LG) ทรุดตัว
ซึ่งอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 สายบางขุนเทียน - เอกชัย - บ้านแพ้ว ตอน 7 บริเวณถนนพระราม 2 โดยมีบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้าง และในการนี้ยังมีตัวแทนจากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ร่วมชี้แจงถึงแนวทางความรับผิดชอบต่อผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ
ทั้งนี้หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแนวทางการเยียวยา ค่าสินไหมทดแทน และการดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิต กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บแล้ว ก็ได้เข้าไปดูตรงบริเวณที่เกิดเหตุ โดยดูทั้งร่องรอยการเกิดเหตุ สภาพของคานปูน (Segment) และเครน (Launching Gantry Crane) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่ใช้ก่อสร้างทางยกระดับฯ รวมถึง ซากรถที่ถูกทับซึ่งกู้ออกมาได้แล้ว
นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ว่า การเดินทางมาครั้งนี้เพื่อมาดูสภาพหน้างานจริง พร้อมติดตามและรับฟังข้อมูลสรุปจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด โดยความคืบหน้าในขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งเคลียร์พื้นที่และเคลื่อนย้ายโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมากออกจากผิวจราจร ซึ่งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่และทีมวิศวกรดำเนินการด้วยความระมัดระวังสูงสุด และเน้นย้ำให้คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้ทางและผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ รวมถึงได้สั่งการให้ช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่
นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวง ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดและโปร่งใส โดยให้ตรวจสอบกระบวนการทำงานย้อนหลังทั้งหมด ตั้งแต่การปฏิบัติงานในคืนก่อนเกิดเหตุ ขั้นตอนการประกอบชิ้นงาน ตลอดจนการควบคุมงานอย่างครบถ้วน รวมถึงสั่งการให้ดำเนินการใช้สิทธิทางสัญญาปกครอง เพื่อบอกเลิกสัญญา เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า หากปล่อยให้ดำเนินการต่อไปจะเข้าข่ายเป็นอันตรายต่อสาธารณะ
ภูมิภาค-38








