ตำรวจชุด EOD และเจ้าหน้าที่ทหารชุด TMAC ได้ดำเนินการสำรวจเพื่อพิสูจน์ทราบ เก็บกู้ และทำลายสรรพาวุธระเบิด ที่ตกค้างจากการสู้รบในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ แล้วรวมจำนวน 169 ลูก ในจำนวนนี้ยังไม่แตกระเบิด 7 ลูก เตรียมนำไปทำลาย เพื่อเร่งคืนพื้นที่ปลอดภัยให้ชาวบ้านชายแดนไทย-กัมพูชา เกือบ 100% ยืนยันไม่พบกระสุน BM21
เมื่อวันที่ 15 ม.ค.69 พ.ต.อ.เจตสฤษดิ์ แพ่งศรีสาร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ (รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์) เปิดเผยว่า ตำรวจหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 3 ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ศูนย์บัญชาการทางทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ออกทำการสำรวจเพื่อพิสูจน์ทราบ เก็บกู้ และทำลายสรรพาวุธระเบิด ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของฝ่ายกัมพูชา ที่ถูกยิงตกลงมาในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างการสู้รบห้วงที่ผ่านมา
พ.ต.อ.เจตสฤษดิ์ กล่าวต่อว่า โดยจากการลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บกู้เป็นต้นมาตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.2568 มาจนถึงวันที่ 12 ม.ค.69 ได้การสำรวจเพื่อพิสูจน์ทราบ เก็บกู้ และทำลายสรรพาวุธระเบิด ไปแล้วรวมจำนวน 169 ลูก ในจำนวนนี้ได้แตกระเบิดเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว 162 ลูก และยังคงไม่แตกระเบิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บกู้มาเรียบร้อยร้อยแล้วอีก 7 ลูก ซึ่งได้นำไปเก็บรักษาไว้ยังสถานที่ปลอดภัย เพื่อรอให้กองสรรพวุธตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจเพื่อจัดทำลายตามขั้นตอนต่อไป คาดว่าคงอีกไม่เกิน 2 สัปดาห์ที่จะถึงนี้
สำหรับ กระสุนปืนใหญ่ทั้ง 169 ลูก ที่ได้ทำการสำรวจเพื่อพิสูจน์ทราบ และเก็บกู้ ส่วนใหญ่เป็นกระสุนปืนชนิด ปืน ค.60 มิลลิเมตร ,ค.82 มิลลิเมตร , ค.100 มิลลิเมตร, ปืนใหญ่ขนาด 100 มิลลิเมตร และปืนไม่ทราบขนาด โดยไม่พบว่าปรากฎมีกระสุนปืนใหญ่ชนิด BM21 แต่อย่างใด
พ.ต.อ.เจตสฤษดิ์ กล่าวด้วยว่า ตอนนี้เกือบจะ 100% จากการลงไปสกรีนพื้นที่ แต่ก็อาจจะมีหลงเหลืออยู่บ้าง ถ้าเกิดว่ามีประชาชนแจ้งมาก็จะได้ส่งเจ้าหน้าที่ เข้าไปทำการสำรวจเพื่อพิสูจน์ทราบ เก็บกู้ และทำลายสรรพาวุธระเบิด เพื่อเร่งคืนพื้นที่ปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน โดยในขณะนี้พบว่าประชาชนในพื้นที่ได้เริ่มมีการเข้าพื้นที่ เพื่อดำเนินชีวิตประจำวัน และทำการเกษตรทั้งการกรีดยางพารา และไร่มันสำปะหลัง รวมถึงเลี้ยงสัตว์โค-กระบือ
“หากพบว่าในพื้นที่มีความแปลกผิดปกติไปจากเดิม หรือมีวัตถุต้องสงสัยว่าอาจจะเป็นระเบิด ‘เมื่อเจอ อย่าจับ จดจำ รีบแจ้ง’ ผู้นำชุมชน หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที โดยโทรศัพท์แจ้งสายด่วน 191 หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทันที พร้อมจดจำพิกัดสถานที่ และห้ามเคลื่อนย้าย หรือสัมผัสวัตถุต้องสงสัยโดยเด็ดขาด และควรรีบออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปดำเนินการตรวจพิสูจน์ทราบ เพื่อจะได้ทำการเก็บกู้และทำลายตามขั้นตอนต่อไป เพื่อคืนพื้นที่ปลอดภัยให้กับประชาชน” พ.ต.อ.เจตสฤษดิ์ กล่าว
ภูมิภาค-54







