ผู้สูงอายุชายแดน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ยังใช้ชีวิตท่ามกลางความกังวลหวั่นปะทะ รอบ 3 แม้จะไร้เสียงปืนกว่า 2 สัปดาห์ แต่ฝั่งเขมรมีการปรับปรุงเส้นทางลำเลียงอาวุธหนักประชิดชายแดน ทั้งโพสต์โซเชียลยั่วยุไม่หยุด ลั่นหากไม่จัดการตัวผู้นำเขมรให้เด็ดขาดปัญหาพิพาทชายแดนก็ไม่มีวันจบ ล่าสุด จนท.เก็บกู้ระเบิด กระสุนปืนใหญ่ตกในพื้นที่แล้ว 168 ลูก รอทำลาย 5 ลูก
วันที่ 13 ม.ค.69 ผู้สูงอายุที่อาศัยในหมู่บ้านตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ยังใช้ชีวิตด้วยความกังวลใจกลัวจะมีการสู้รบกันอีกเป็น รอบที่ 3 แม้จะไม่มีการปะทะกันมากว่า 2 สัปดาห์ ภายหลังลงนามหยุดยิง แต่พบว่า ฝั่งกัมพูชาได้มีการปรับปรุงเส้นทางเพื่อลำเลียงอาวุธ ทั้งยังมีการโพสต์โซเชียลในลักษณะท้าทาย ยั่วยุว่าพร้อมรบรอบ 3 แล้ว ก็ยิ่งทำให้ชาวบ้านตามแนวชายแดนดำเนินชีวิตและทำมาหากินด้วยความระแวง เพราะไม่ไว้ใจกัมพูชาไม่รู้ว่าจะตลบหลังไทยตอนไหน ซึ่งชาวบ้าน และผู้สูงอายุแนวชายแดน จึงเห็นตรงกันว่า หากรัฐบาลไม่จัดการให้ชัดเจนเด็ดขาด ทั้งนี้ มองว่าหากจะจบปัญหาก็ต้องจัดการผู้นำเขมร อย่าง ฮุนเซน และ ฮุนมาเนต ที่เป็นตัวการทำให้เกิดสงคราม ไม่งั้นก็คงไม่มีวันจบ ปัญหาพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ก็จะคาราคาซังแบบนี้คนที่เดือดร้อนลำบากก็ คือชาวบ้าน
นอกจากนี้ ชาวบ้าน เกษตรกรที่เข้าไปเก็บกู้มันสำปะหลัง กรีดยางพารา ก็ต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น และคอยสังเกตหลุม หรือวัตถุต้องสงสัยด้วย เพราะเกรงจะมีระเบิด หรือกระสุนปืนใหญ่ของฝั่งกัมพูชาที่ยิงตอบโต้ไทยตกในพื้นที่ด้วย เพราะขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด และกระสุนปืนใหญ่หลายชนิด ที่ตกในพื้นที่อำเภอบ้านกรวดแล้ว 169 ลูก ในจำนวนนี้ยังไม่ทำงานอยู่ระหว่างรอทำลาย 5 ลูก และเจ้าหน้าที่ยังคงลงพื้นที่สำรวจและเก็บกู้ต่อเนื่อง
นางจำเนียร เย็นไธสง อายุ 64 ปี เล่าว่า ตอนช่วงที่มีการยิงปะทะกัน ก็มองเห็นแสงระเบิด ปืนใหญ่ ลอยข้ามไปมา และมีเสียงดังสนั่นน่ากลัวมาก แต่รอบแรกไม่ได้อพยพเพราะไม่มีเงินติดตัวเลย แต่รอบสองการปะทะรุนแรงมากขึ้น ทางผู้นำจึงแจ้งให้อพยพ ก็ต้องพาลูกหลาน รวม 7 ชีวิตอพยพไปที่ศูนย์พักพิง ตอนนั้นดีที่เกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว จึงเอาข้าวไปขายเพื่อเป็นทุนไว้ใช้จ่ายช่วงอพยพ ก็ไม่อยากให้มีการปะทะ รอบ 3 เพราะอพยพแต่ละครั้งลำบาก ทั้งยังขาดรายได้ด้วย เพราะปกติมีรายได้จากการรับจ้างขุดข่าไปขาย ตอนนี้ ยังไม่มีคนจ้างไปทำเลยเพราะไม่มั่นใจสถานการณ์ ก็อยากให้รัฐบาลเร่งจัดการให้ชัดเจนเด็ดขาด
ด้านนายสุพจน์ สุวรรณผดุง อายุ 75 ปี มองว่า หากจัดการผู้นำกัมพูชา อย่าง ฮุนเซน กับ ฮุนาเนต ปัญหาพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ก็ไม่เกิด แต่หากไม่จัดการให้เด็ดขาดก็จะคาราคาซังแบบนี้ คนชายแดนก็ต้องเดือดร้อนลำบากต่อไป ทำมาหากินก็ไม่เป็นปกติต้องคอยระแวงตลอด ทั้งมองว่า การเจรจาสันติภาพใช้ไม่ได้ผลกับกัมพูชา เพราะไม่รักษาสัจจะ เวลาสู้รบกันชาวบ้านต้องอพยพขาดรายได้ ไม่มีเงินจ่ายหนี้ทั้งค่ารถ ค่าน้ำ ค่าไฟต่างๆ อยากให้รัฐบาลเพิ่มวงเงินเยียวยาเป็น ครัวเรือนละ 10,000 บาท เพราะรอบสองอพยพไปนานกว่า 20 วัน ครอบครัวละ 5,000 บาท ไม่สอดคล้องกับความเดือดร้อนจริง
ภูมิภาค-54








