วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 14.00 น. นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย นายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และส่วนราชการฝ่ายความมั่นคง ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ชรบ. อส. และชุด EOD ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
พร้อมตรวจเยี่ยมบ้านของชาวบ้านบ้านรุน หมู่ที่ 2 ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งได้รับความเสียหายจากกระสุนปืนใหญ่จากฝั่งกัมพูชา เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ทำให้โครงสร้างบ้านและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย จึงได้มอบถุงยังชีพ สิ่งของและเงินให้การช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยในเบื้องต้น
จากนั้น เวลา 14.40 น. คณะได้เดินทางไปตรวจสอบความเสียหายบริเวณบ้านเลขที่ 128/1 ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยของ น.ส.จริยา อินทรจิต กระสุนปืน BM21 จากฝั่งกัมพูชา ตกลงในตัวบ้านและบริเวณโดยรอบได้รับความเสียหาย โดยเจ้าของบ้านได้อพยพออกจากพื้นที่ก่อนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว จึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือสูญเสียต่อร่างกาย นอกจากนี้ ยังพบว่าบริเวณรอบข้างบ้าน ยังได้รับความเสียหายจากกระสุน BM21 ทำให้บ้านเรือนของประชาชนบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายรวมจำนวน 5 หลัง
นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จากการสำรวจและตรวจสอบในพื้นที่ชายแดน 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกาบเชิง และอำเภอพนมดงรัก ขณะนี้คืบหน้า 100% แล้ว พบว่ามีบ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งสิ้น 78 หลัง มีเสียหายทั้งหลังจำนวน 2 หลัง เสียหายมาก 1 หลัง และเสียหายบางส่วน 75 หลังคาเรือน
ทั้งนี้ จังหวัดสุรินทร์ได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งดำเนินการซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะเข้ามาดำเนินการซ่อมบ้านที่เสียหายบางส่วน สำหรับบ้านหลังที่เสียหายหนัก จะได้เสนอขอรับการสนับสนุนเงินจากรัฐบาล และองค์กรต่างๆ เพื่อเร่งซ่อมแซมบ้านเรือนให้ประชาชนกลับมาพักอาศัยอยู่ได้ตามปกติโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ถึงแม้สถานการณ์ชายแดนจะคลี่คลายลงแล้ว แต่ยังกำชับให้ ชรบ.ในพื้นที่หมู่บ้านชายแดนได้เฝ้าระวังดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันบุคคลเข้ามาก่อเหตุหรือสร้างสถานการณ์ความรุนแรงต่างๆ และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อส. ชรบ.และผู้นำหมู่บ้านทุกคนที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังอย่างเข้มแข็ง ทำให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ภูมิภาค-63








