ตัวเต็งภูมิใจไทย เขต 11 ขอนแก่น พร้อมสู้ศึกเลือกตั้งดันบ้านไผ่จากเมืองรองสู่เมืองหลัก ศูนย์กลางคมนาคมอีสาน เชื่อมอินโดจีน ชี้ผลงานรัฐบาลตอบโจทย์ปากท้องชาวบ้านชัดเจน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ม.ค.69 ที่ศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย ขอนแก่น เขต 11 อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น นายองอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ ผู้สมัคร สส.ขอนแก่น เขต 11 พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 5–6 ที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดว่าพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 11 มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะอำเภอบ้านไผ่ ซึ่งมีศักยภาพสูงในฐานะศูนย์กลางการเดินทาง เนื่องจากเป็นจุดตัดเส้นทางคมนาคมสายสำคัญ และเป็นประตูสู่ภาคอีสาน รวมถึงเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
"เดิม อ.บ้านไผ่ถูกมองเป็นเมืองรอง ขณะที่อำเภอเมืองขอนแก่นเป็นเมืองหลัก แต่ด้วยทิศทางการขยายตัวของเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้เกิดความตั้งใจผลักดันให้บ้านไผ่กลายเป็นเมืองหลักในอนาคต เพื่อรองรับการลงทุน การคมนาคม และการเติบโตของเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค ในส่วนของพื้นที่เขต 11 ซึ่งประกอบด้วย อ.บ้านไผ่, อ.บ้านแฮด และ อ.ชนบท การพัฒนาไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบ้านไผ่เท่านั้น แต่อำเภอบ้านแฮดและอำเภอชนบท ซึ่งเคยเป็นเพียงเมืองผ่าน ก็ถูกวางบทบาทให้เป็นเมืองพัก เพื่อรองรับการเดินทาง การท่องเที่ยว และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยตลอดระยะเวลา 5–6 ปีที่ผ่านมา แนวคิดดังกล่าวได้เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม ซึ่งเมื่อก่อน หากเดินทางมาถึงตำบลท่าพระ ทุกคนจะรู้สึกว่าเข้าสู่เขตเมืองขอนแก่นแล้ว แต่วันนี้ความเจริญได้ขยายออกมาถึงบ้านไผ่และบ้านแฮด ทั้งระบบไฟฟ้า สาธารณูปโภค และการคมนาคม ทำให้บ้านไผ่มีสภาพความเป็นเมืองอย่างสมบูรณ์”
นายองอาจ กล่าวต่อว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว ส่งผลให้บ้านไผ่กลายเป็นพื้นที่ที่นักลงทุนให้ความสนใจมากขึ้น กล้าตัดสินใจเข้ามาลงทุน สร้างสถานประกอบการ และสร้างงานให้กับประชาชนในพื้นที่ เมื่อระบบคมนาคมมีความพร้อม ก็ช่วยย่นระยะทาง เพิ่มความสะดวกในการเดินทาง และทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และด้วยการได้รับโอกาสจากพรรคภูมิใจไทยให้ทำหน้าที่โฆษกกระทรวงคมนาคม ในสมัยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็น รมว.คมนาคม ทำให้สามารถผลักดันโครงการด้านคมนาคมเข้าสู่พื้นที่อำเภอบ้านไผ่ได้หลายโครงการ อาทิ จุดจอดพักรถขนาดใหญ่ริมถนนมิตรภาพ การติดตั้งไฟส่องสว่างตามเส้นทางสายหลัก และการขยายถนนเป็นสี่ช่องทาง
"ในอนาคตอันใกล้ โครงการรถไฟทางคู่และโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งมุ่งหน้าไปยังจังหวัดนครพนม จะต้องผ่านพื้นที่อำเภอบ้านไผ่ ซึ่งโครงการเหล่านี้จะยกระดับบ้านไผ่ให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งอย่างแท้จริง และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของอำเภอบ้านไผ่ รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงให้เติบโตไปพร้อมกัน ทั้งนี้ด้วยประสบการณ์ที่เคยเป็นสมาชิกสภาจังหวัดถึง 4 สมัย ตั้งแต่อายุ 30 ปี และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสมัยล่าสุดที่เพิ่งหมดวาระ ทำให้เข้าใจปัญหา ความเดือดร้อน และความคาดหวังของประชาชนในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอีกครั้ง ก็พร้อมนำปัญหาของพี่น้องประชาชนไปผลักดันแก้ไขในระดับนโยบายอย่างจริงจัง"
นายองอาจ กล่าวเพิ่มเติมว่าพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายที่มุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในระดับชุมชน ทำให้ผู้ค้ารายย่อยมีรายได้เพิ่มขึ้น และยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน รวมถึงกลุ่มเยาวชนอายุ 16 ปี ที่สามารถใช้สิทธิ์ได้ ส่งผลดีต่อทั้งผู้ปกครองและระบบเศรษฐกิจโดยรวม
“พูดแล้วทำพลัส เป็นการต่อยอดจากแนวคิดเดิม โดยย้ำว่าทำแล้วต้องทำให้มากกว่าเดิม แม้พรรคจะมีโอกาสเป็นรัฐบาลเพียง 2 เดือนกว่า แต่สามารถผลักดันการส่งออกข้าวหอมมะลิได้หลายแสนตัน ทำให้ราคาข้าวขยับจากประมาณ 10 บาท เป็น 16–17 บาทต่อ กก. สร้างรายได้ให้เกษตรกรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
ขณะเดียวกัน ราคามันสำปะหลังก็เริ่มปรับตัวดีขึ้น จากการส่งออกมันสำปะหลังอัดเม็ดไปยังประเทศซาอุดีอาระเบียหลายหมื่นตัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าหากได้โอกาสสานต่อเป็นรัฐบาลชุดใหม่ นโยบายต่างๆ จะสามารถเดินหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ และช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน"
#ภูมิภาค-48








