วันที่ 20 ธ.ค. 68 ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเตรียมการเลือกตั้งของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ระหว่างการเร่งบริหารจัดการพื้นที่ใหม่ หลังจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพึงมีในจังหวัดนครศรีธรรมราชลดลง จากฐานจำนวนประชากรที่ลดลง ส่งผลให้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลดลงตามไปด้วย
นายวุฒิกร อินทร์คง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ได้ปรับจากเดิม 10 เขตเลือกตั้ง เหลือเพียง 9 เขตเลือกตั้ง ตามฐานจำนวนประชากรที่ลดลง ขณะนี้ได้มีการจัดแบ่งเขตเรียบร้อยแล้วตามรูปแบบที่ 1 และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ รวมถึงผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว โดยจะเข้าสู่ขั้นตอนการรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งกำหนดใช้สถานที่เดียวกันทั้งหมด คือศาลาประชาคม โรงละครองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช บริเวณสนามหน้าเมือง ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช โดยทั้ง 9 เขตเลือกตั้งจะมารับสมัคร ณ จุดดังกล่าว
สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นการออกเสียงประชามติร่วมด้วย โดยมีการจัดเตรียมหน่วยเลือกตั้งทั้ง 9 เขต รวมทั้งสิ้น 2,237 หน่วย
ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ยืนยันว่า ด้วยลักษณะการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงของจังหวัดนครศรีธรรมราช การดำเนินการทุกขั้นตอนจะต้องมีความละเอียดรอบคอบและรัดกุมเป็นพิเศษ โดยขณะนี้มีฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเลือกตั้ง และมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นธรรม
ขณะเดียวกัน บรรยากาศทางการเมืองในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเริ่มมีความเข้มข้น ถูกจับตามองว่าเป็นการแข่งขันหลักระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ โดยว่าที่ผู้สมัครเริ่มปรากฏตัวอย่างชัดเจนมากขึ้นครบทั้ง 9 เขตเลือกตั้ง
เริ่มตั้งแต่เขต 1 นายราชิต สุดพุ่ม เจ้าของเก้าอี้เดิมจากพรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์มีแคนดิเดตหน้าใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจ อาทิ รศ.ดร.นันทกฤษณ์ ยอดพิจิตร อาจารย์จากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้า ขณะที่นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พยายามผลักดันกลุ่มบ้านใหญ่ โดยมีนายทรงศักดิ์ มุสิกอง อดีต สส.เขต 2 มาลงสมัครในเขต 1 ส่งผลให้การแข่งขันในเขตนี้เข้มข้นอย่างมาก โดยยังมีนางสุภาพ ขุนศรี ว่าที่ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ และนายปกรณ์ อารีกุล จากพรรคประชาชน ร่วมลงสนาม
เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์มีแนวโน้มส่งนายธวัชชัย มาศทอง ข้าราชการอัยการ ขณะที่พรรคภูมิใจไทยส่งนางนันทวัน วิเชียร และพรรครวมไทยสร้างชาติส่งนายนนทิวรรธ์ นนทภักดิ์
เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ส่งนายพิทักษ์เดช เดชเดโช น้องชายของนายชัยชนะ เดชเดโช ส่วนพรรคภูมิใจไทยส่งนายมานะ ยวงทอง
เขต 4 เดิมเป็นที่นั่งของนายยุทธการ รัตนมาศ จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตัดสินใจย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรม โดยพรรคประชาธิปัตย์มีแนวโน้มส่งนางกนกพร เดชเดโช มารดาของนายชัยชนะ เดชเดโช ลงสมัครแทน ขณะที่พรรคภูมิใจไทยส่งนายสนั่น พิบูลย์
เขต 5 เจ้าของเก้าอี้เดิมคือ นายสุธรรม จริตงาม จากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งได้ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย ส่วนพรรคพลังประชารัฐส่งนายมนตรี รักษ์ศรีทอง ลงสมัครแทน ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ส่งนายชนภัทร รัตนพันธ์ บุตรชายของนายประกอบ รัตนพันธ์ ที่เคยพ่ายแพ้ให้นายสุธรรม จริตงาม ในการเลือกตั้งครั้งก่อน
เขต 6 นายษฐา ขาวขำ จากพรรคภูมิใจไทย ยังคงลงสมัครรักษาเก้าอี้เดิม โดยมีนายจอมไกร สวัสดิวงศ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ท้าชิง
เขต 7 เจ้าของเก้าอี้เดิมคือ นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ จากพรรคกล้าธรรม ซึ่งเพิ่งคว้าชัยจากการเลือกตั้งซ่อมเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยพรรคประชาธิปัตย์อาจส่งนายเชาว์ มีขวด ทนายความและอดีตรองโฆษกพรรค ลงท้าชิง ขณะที่พรรคภูมิใจไทยส่งนายอภินันท์ สโมรสร
เขต 8 เป็นอีกพื้นที่ที่การแข่งขันรุนแรง โดยนางอวยพรศรี เชาวลิต จากพรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจย้ายไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ส่งนายปฏิวัติ ยุติธรรม บุตรชายของนายสายัณห์ ยุติธรรม ลงชิงชัย
เขต 9 นางพิมพ์ ภัทรา วิชัยกุล เจ้าของเก้าอี้เดิมจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ตัดสินใจย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยเพื่อรักษาที่นั่ง ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์อาจส่งนายพงศกร ยูพันธ์ ลงเป็นผู้ท้าชิง
ภูมิภาค 72







