กรมโยธาธิการและผังเมือง ขานรับนโยบาย "ป้องกันดีกว่าเยียวยา" ของ "เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์" มท.3 สั่งคุมเข้มตรวจความปลอดภัยอาคาร สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ทั่วประเทศ รับมือสถานการณ์พายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงช่วงฤดูฝนปี 2569 ย้ำชัด! ป้ายเถื่อน ชำรุด เสี่ยงถล่ม สั่งรื้อถอนทันที พร้อมดำเนินคดีอาญา โทษจำคุกสูงสุด 3 เดือน ปรับวันละหมื่นจนกว่าจะแก้ไข
วันที 19 ก.ค.2569 กรมโยธาธิการและผังเมือง เดินหน้าปฏิบัติตามข้อสั่งการของ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ในการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์พายุและฝนตกหนักในช่วงฤดูฝนปี 2569 โดยกำชับหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งตรวจสอบอาคาร สิ่งปลูกสร้าง ป้ายโฆษณา และต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อาจได้รับผลกระทบจากลมกระโชกแรง ตลอดจนเตรียมบุคลากร เครื่องมือ และอุปกรณ์ให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที พร้อมสร้างการรับรู้ให้ประชาชนสามารถเตรียมพร้อมและป้องกันตนเองได้อย่างถูกต้อง
นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน กรมโยธาธิการและผังเมืองจึงขอความร่วมมือประชาชนร่วมตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารบ้านเรือน โดยเฉพาะกระเบื้องมุงหลังคาและส่วนประกอบต่าง ๆ ที่อาจหลุดปลิวได้ รวมถึงหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้อาคาร สิ่งปลูกสร้าง ป้ายโฆษณา หรือไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงต่อการล้มหรือหักโค่นในช่วงที่เกิดพายุ ทั้งนี้ หากพบอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง ขอให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวต่อว่า ทางหน่วยงานได้กำชับสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดทั่วประเทศ ให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบอาคารชั่วคราว สิ่งปลูกสร้างในพื้นที่โล่งแจ้ง รวมถึงการก่อสร้างหรือดัดแปลงป้ายโฆษณา ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารอย่างเคร่งครัด
โดยมีเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยที่สำคัญ ดังนี้ป้ายโฆษณาทุกแห่ง ต้องได้รับการออกแบบ คำนวณ และรับรองความมั่นคงแข็งแรงโดยวิศวกรผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ป้ายที่มีความสูงตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป: จะต้องผ่านการตรวจสอบงานออกแบบและการคำนวณโครงสร้างโดยวุฒิวิศวกรสาขาวิศวกรรมโยธา ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
ป้ายที่เข้าข่ายเป็นอาคารต้องรับการตรวจสอบ: ป้ายบนพื้นดินที่มีความสูงตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป และป้ายบนหลังคา/ดาดฟ้าที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 25 ตารางเมตรขึ้นไป เจ้าของป้ายต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารที่ขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการควบคุมอาคารเข้าตรวจเช็กสภาพประจำปี และส่งรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อออกใบรับรอง บทลงโทษผู้ฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมอาคาร หากตรวจพบการก่อสร้างหรือดัดแปลงป้ายโฆษณาโดยฝ่าฝืนกฎหมาย เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งระงับการดำเนินงาน ห้ามใช้งาน หรือสั่งให้แก้ไข หากไม่ปฏิบัติตามจะมีคำสั่งสั่งรื้อถอนทันที และดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 65 ทวิ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้อง
ทางด้าน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ย้ำว่า ได้กำชับทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยติดตามสถานการณ์สภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล เครื่องมือ และแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมุ่งเน้นมาตรการเชิงรุก "ป้องกันดีกว่าเยียวยา" เพื่อร่วมกันลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด








