วันนี้ (14 เมษายน 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้ายกระดับการแก้ไขปัญหาไฟป่าทั่วประเทศอย่างเข้มข้น ครอบคลุมทั้งการควบคุมสถานการณ์ การป้องกัน และการดูแลเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อหยุดยั้งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โดยล่าสุดได้สั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผนึกกำลังกระทรวงมหาดไทย เร่งปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลัง พร้อมบูรณาการความร่วมมือในทุกพื้นที่อย่างเข้มข้น เพื่อควบคุมสถานการณ์ไฟป่า
ด้านกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ยกระดับมาตรการ ป้องกันไฟป่าอย่างเข้มงวด ตนได้สั่งการให้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามและเร่งแก้ไขปัญหาไฟป่าอย่างใกล้ชิด มุ่งเน้นการยกระดับมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นสูงสุด ล่าสุดได้สั่งการให้กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ปิดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าอนุรักษ์ ในทุกพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ ห้ามบุคคลเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด พร้อมกำชับให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ลักลอบเข้าพื้นที่ เพื่อยุติพฤติกรรมที่ทำลายทรัพยากรของชาติ ขณะเดียวกัน กระทรวงทรัพย์ฯ ได้เสริมประสิทธิภาพการดับไฟในทุกพื้นที่และติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ โดยใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อใช้ชี้เป้าในการเข้าไปตรวจสอบพิกัดจุดความร้อนเพื่อให้สามารถควบคุมเพลิงได้อย่างแม่นยำ พร้อมกันนี้ยังได้นำรถปฏิบัติการควบคุมไฟป่า เพื่อวางแผนการปฏิบัติงานภาคพื้นดิน ควบคู่กับการใช้ อากาศยานเฮลิคอปเตอร์ ปฏิบัติงานเข้าทิ้งน้ำ ในพื้นที่เข้าถึงยาก ขณะเดียวกันได้เน้นย้ำว่า ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ต้องมาก่อน โดยกำชับให้ตรวจสอบความพร้อมทั้งร่างกาย อุปกรณ์ และยานพาหนะ รวมถึงจัดกำลังพลหมุนเวียนอย่างเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้าสะสม และให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างทันท่วงที
ด้านกระทรวงมหาดไทย ได้นำข้อสั่งการเร่งด่วนมาขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน ให้ทุกจังหวัดบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนเฝ้าระวังสถานการณ์ไฟป่าในทุกจังหวัดที่มีสถานการณ์ไฟป่าหรือมีค่าฝุ่น PM2.5 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องให้วางแผนเชิงรุก โดยบูรณาการจัดส่งกำลังเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร ทีม อส. กู้ภัย จากพื้นที่ต่าง ๆ เข้าไปช่วยในพื้นที่เกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัยทั้งต่อผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วที่สุด รวมไปถึงกำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาสัมพันธ์ข่าวสารสถานการณ์ภัย และมาตรการสำคัญ เช่น การปิดป่า การบังคับใช้กฎหมาย ผ่านหอกระจายข่าว และช่องทางสื่อต่าง ๆ พร้อมเพิ่มอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถตัดสินใจได้ทันทีในสถานการณ์ฉุกเฉิน
นายสุชาติ ย้ำว่า รัฐบาลจะเดินหน้าควบคุมสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงวิกฤต เพื่อปกป้องชีวิตประชาชน ลดผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 และรักษาทรัพยากรธรรมชาติของประเทศให้คงอยู่ต่อไป เพราะนี่ไม่ใช่เพียงการดับไฟ แต่คือการปกป้องลมหายใจของคนทั้งประเทศ







