มิติใหม่การแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง! "กลุ่มนกเค้าแมว" ปนป. 15 สถาบันพระปกเกล้า ผนึกกำลังกรมโยธาธิการและผังเมือง ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบาย "Area-based & Nature-based" มุ่งเน้นการจัดการตามบริบทพื้นที่ เลิกพึ่งพาแค่เขื่อนคอนกรีต พร้อมนำร่องแนวทางผสมผสานหวังสร้างสมดุลวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อม เพื่อความยั่งยืนของระบบนิเวศและชุมชน
วันที่ 25 ก.พ. 2569 ที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ตัวแทนหลักสูตรผู้นำยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตย รุ่นที่ 15 (ปนป. 15) สถาบันพระปกเกล้า นำโดย “กลุ่มนกเค้าแมว” ประกอบไปด้วยผู้แทนจากหลายภาคส่วน อาทิ มูลนิธิกันต์จอมพลัง ช่วยสู้, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, บริษัท ทวีทรัพย์ (จิวแจ๊ะเฮง) จำกัด, บริษัท วินเซนต์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน), และกรมดุริยางค์ทหารบก เข้าพบ นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อส่งมอบสรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย "การพัฒนาแนวทางเพื่อการจัดการปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลอย่างยั่งยืน" เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในอนาคต
นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยภายหลังการหารือว่า กรมโยธาฯ มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นและการศึกษาจากคนรุ่นใหม่และภาคส่วนต่าง ๆ ที่ทาง ปนป. 15 นำเสนอ ทั้งจากการลงพื้นที่จริงและข้อสรุปจากเวทีดีเบต ถือเป็นข้อมูลที่มีคุณค่าและสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาการทำงานของกรมฯ ที่ต้องการมุ่งเน้นความสมดุลระหว่างวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
“หน้าที่สำคัญของกระทรวงมหาดไทยคือ บำบัดทุกข์ บำรุงสุขพี่น้องประชาชน ในแต่ละพื้นที่ที่กรมโยธาฯเข้าไปตรวจสอบ พิจารณา และดำเนินการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งมีการร้องขอและส่งเรื่องมาทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวใจสำคัญหลังจากนี้คือการมุ่งเน้น Hybrid Solutions หรือการใช้โครงสร้างทางวิศวกรรมควบคู่ไปกับนวัตกรรมทางธรรมชาติอย่างเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ กรมฯ ยินดีรับฟังและพิจารณาข้อเสนอเรื่อง การจัดการชายฝั่งตามบริบทพื้นที่ด้วยนวัตกรรมธรรมชาติและแนวทางผสมผสาน (Area-based Nature-based and Hybrid Solutions) มาบูรณาการเข้ากับแผนงานในอนาคต เพื่อให้การออกแบบโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งมีความยืดหยุ่น เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละชุมชน และลดผลกระทบต่อระบบนิเวศให้ได้มากที่สุด โดยหลังจากนี้เราจะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม” นายพงษ์นรา กล่าว
ด้าน ดร.สรวิศ ลิ้มโอภาส พูลสวัสดิ์ ตัวแทนกลุ่มนกเค้าแมว ปนป. 15 กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวได้รับคำแนะนำอย่างใกล้ชิดจาก รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษา และเป็นผลผลิตจากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลอย่างครอบคลุมจากหลายบริบทถึง 4 พื้นที่ ได้แก่ เพชรบุรี (หาดเจ้าสำราญ) ตรัง (เกาะลิบง) สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) และกรุงเทพมหานคร (บางขุนเทียน) รวมถึงความสำเร็จจากการจัดเวทีดีเบตเรื่องสิ่งแวดล้อมระดับชาติในหัวข้อ “นโยบายพรรคการเมือง กับทางรอดวิกฤติสิ่งแวดล้อมไทย” ณ สถาบันพระปกเกล้า เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นเวทีที่รวมตัวทุกภาคส่วนไว้อย่างครบถ้วนที่สุด ทั้งกลุ่มเครือข่าย Beach for Life นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมถึงตัวแทนประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร
“จากการพูดคุยเชิงลึกกับทุกภาคส่วน รวมถึงตัวแทนจาก 5 พรรคการเมืองที่รับผิดชอบนโยบายสิ่งแวดล้อม เราพบว่าการแก้ปัญหาด้วยเขื่อนกันคลื่นคอนกรีตเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายอีกต่อไป ทุกฝ่ายเห็นพ้องในการผลักดันนโยบายที่ยึดตามสภาพปัญหาพื้นที่เป็นหลัก หรือ Area-based Policy Solutions การที่กรมโยธาฯ เปิดรับแนวทางธรรมชาติ (Nature-based solutions) หรือแนวทางผสมผสาน (Hybrid Solutions) มาร่วมพิจารณา ถือเป็นจุดเริ่มต้นและมิติใหม่ของการทำงานที่คำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและเสียงของประชาชนเป็นตัวตั้ง” ดร.สรวิศ ระบุ
ทั้งนี้ เวทีดีเบตที่ผ่านมาได้รับความสนใจอย่างสูงจากพรรคการเมืองใหญ่ โดยตัวแทนพรรคต่าง ๆ ได้แก่ นายปลอดประสพ สุรัสวดี พรรคเพื่อไทย, นายวราวุธ ศิลปอาชา พรรคภูมิใจไทย, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย พรรคประชาธิปัตย์, นายเดชรัต สุขกําเนิด พรรคประชาชน, และนายปริเยศ อังกูรกิตติ พรรคไทยสร้างไทย ได้ร่วมเสนอแนวทางการจัดการที่เน้นความยั่งยืน ซึ่งกลุ่มนกเค้าแมว ปนป. 15 ได้รวบรวมประเด็นเหล่านี้บรรจุลงในสมุดปกขาวเพื่อยื่นเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อกรมโยธาฯ ในการจัดการปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในอนาคต โดยมุ่งหวังให้เกิดการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะที่สร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน เศรษฐกิจ และทรัพยากรชายฝั่งไทยอย่างยั่งยืนต่อไป







