โครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย ผนึกพลังทุกภาคส่วนสร้างปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์จัดกิจกรรม "สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์"
วันนี้ (20 กรกฎาคม 2569) ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารรำไพพรรณี พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวแยกผ่านฟ้าลีลาศ ถนนหลานหลวง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย เปิดเผยถึงการจัดกิจกรรม "สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์" ระหว่างวันที่ 24-31 กรกฎาคม 2569 จัดขึ้น ณ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เขตพระนคร และถนนคนเดินคลองโอ่งอ่าง คลองผดงกรุงเกษม คลองหลอดวัดราชนัดดา และคลองหลอดวัดราชบพิธ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 พร้อมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และสืบสานพระราชปณิธานด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้ที่พึ่งและผู้เร่ร่อนให้สามารถพึ่งพาตนเองและกลับคืนสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน
โดยไฮไลต์สำคัญของงานจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569 ได้แก่ พิธีทำบุญตักบาตรทางเรือถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์สำคัญ และเป็นการจัดพิธีตักบาตรทางเรือครั้งแรกนับตั้งแต่สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ โดยนิมนต์พระภิกษุสงฆ์ 75 รูป จาก 3 เส้นทางสายน้ำสำคัญรวม 225 รูป ได้แก่ คลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ คลองแสนแสบ และคลองเปรมประชากร โดยได้รับความเมตตาจากสมเด็จพระราชาคณะและพระเถรานุเถระจากวัดสำคัญ อาทิ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร และทุกวัดริมคลอง ร่วมล่องเรือจากทั้งสามเส้นทางน้ำ มาบรรจบ ณ บริเวณปะรำพิธีสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เพื่อประกอบพิธีสงฆ์และให้พรแก่ประชาชนที่มาร่วมงาน
สำหรับพิธีตักบาตรทางเรือครั้งนี้มิได้เป็นเพียงการรวมพลังแห่งศรัทธาและการสืบสานพระพุทธศาสนาเท่านั้นหากยังสะท้อนคุณค่าของวิถีชีวิตริมคลองที่หล่อหลอมกรุงเทพมหานครมายาวนานกว่าสองศตวรรษ และแสดงให้เห็นว่าการฟื้นฟูคูคลองสามารถสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม การจัดการสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเมืองสมัยใหม่ได้อย่างกลมกลืน
ตลอดระยะเวลาการจัดงานระหว่างวันที่ 24-31 กรกฎาคม 2569 ประชาชนจะได้ร่วมสัมผัสกิจกรรมทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม นิทรรศการมีชีวิต ตลาดชุมชน สตรีทอาร์ต และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ที่สะท้อนคุณค่าของสายน้ำไทยควบคู่กับกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนริมคลองและกลุ่มเปราะบาง อันเป็นการสืบสานพระราชปณิธานในการดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน
การจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนได้แก่ หน่วยราชการในพระองค์ คณะกรรมการติดตามและ ขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย รวมทั้งหน่วงงานภาครัฐได้แก่ กรุงเทพมหานคร สำนักนายกรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงคมนาคม กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติรวมทั้งภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2000) จำกัด บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) บริษัท บิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (Big C) สวนนงนุช บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) บริษัท น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) และ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCG) เป็นต้น ตลอดจนภาคประชาสังคม และประชาชน ที่ร่วมกันอนุรักษ์ พื้นฟู และต่อยอดคุณค่าของคูคลองให้คงอยู่คู่สังคมไทย เพราะ "สายน้ำแห่งชีวิต" มิได้หมายถึงเพียงทรัพยากรธรรมชาติ หากยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพัน ความเอื้ออาทร และความสามัคคีของคนไทยภายใต้ร่มพระบารมีที่ร่วมกันสืบสานมรดกสำคัญของชาติให้สืบทอดต่อคนรุ่นต่อไป
ทั้งนี้ คณะผู้จัดงานร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ความปลอดภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตลอดระยะเวลาการจัดงาน จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสาน รักษา และต่อยอดคุณค่าของสายน้ำไทย พร้อมร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อส่งต่อมรดกอันทรงคุณค่านี้ไปสู่คนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ในวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569 เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สืบสานวิถีวัฒนธรรมทางน้ำ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์ โดยสามารถติดตามรายละเอียดจุดตักบาตร เส้นทางการเดินทาง และกิจกรรมต่าง ๆได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของกรมประชาสัมพันธ์ https://www.facebook.com/prdofficial และกรุงเทพมหานคร https://www.facebook.com/bangkokbma








