นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ได้ประสานความร่วมมือกับองค์การทางศาสนาทั้ง 5 ศาสนาที่ทางราชการรับรอง ได้แก่ พระพุทธศาสนา อิสลาม คริสต์ พราหมณ์–ฮินดู และซิกข์ ร่วมกำหนดแนวทางการปฏิบัติตามหลักศาสนาสำหรับศาสนิกชนทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกศาสนาได้ร่วมแสดงความอาลัย น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ และประกอบศาสนกิจตามหลักความเชื่อของตนเพื่อถวายเป็นพระกุศล สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งทรงมีพระกรณียกิจอันโดดเด่นในการส่งเสริมและทำนุบำรุงกิจการศาสนาอย่างเสมอภาค ทรงอุปถัมภ์และสนับสนุนการดำเนินงานของทุกศาสนาที่ทางราชการรับรองมาโดยตลอด รวมทั้งทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านศาสนา การศึกษา การพัฒนาสังคม และการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนิกชนต่างศาสนา อันเป็นคุณูปการสำคัญต่อความมั่นคงทางจิตใจและความสามัคคีของคนในชาติ
โดยแต่ละศาสนาได้กำหนดกิจกรรมและแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมตามหลักคำสอน อาทิ การสวดมนต์ เจริญจิตภาวนา อธิษฐานภาวนา การบำเพ็ญกุศล การปฏิบัติธรรม การจัดพิธีทางศาสนา การเผยแพร่พระกรณียกิจ และการปรับกิจกรรมต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับช่วงเวลาแห่งการถวายอาลัย รวมทั้งเชิญชวนศาสนิกชนทั่วประเทศร่วมประพฤติปฏิบัติความดี รักษาศีลธรรม และทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม เพื่อน้อมถวายเป็นพระกุศลและสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์
• ศาสนาพุทธ
มหาเถรสมาคมได้มีมติ ที่ พิเศษ 6/2569 เรื่อง แนวทางการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล เพื่ออุทิศถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มีมติให้วัดทั่วประเทศและวัดไทยในต่างประเทศจัดพิธีบำเพ็ญกุศล อาทิ การสวดพระพุทธมนต์ สวดพระอภิธรรม เจริญจิตตภาวนา และปฏิบัติธรรมอุทิศถวายพระกุศล พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมถวายบังคมและร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา โดยกำหนดจัดกิจกรรมในวาระครบ 7 วัน 15 วัน 50 วัน และ 100 วัน
• ศาสนาอิสลาม
จุฬาราชมนตรีกำหนดแนวทางให้พี่น้องมุสลิมทั่วประเทศร่วมถวายอาลัยด้วยความสำรวม แต่งกายสุภาพตามแนวทางของทางราชการ ยืนสงบนิ่งแสดงความอาลัย และน้อมนำพระจริยวัตรด้านการอุทิศตนเพื่อประเทศชาติและประชาชนมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต
• ศาสนาคริสต์
องค์กรคริสต์ศาสนาทั่วประเทศ ได้แก่ สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย สภาคริสตจักรในประเทศไทย สหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย มูลนิธิคริสตจักรคณะแบ๊บติสต์ และมูลนิธิคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสแห่งประเทศไทย ร่วมแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ โดยเชิญชวนคริสต์ศาสนิกชนร่วมสวดภาวนา อธิษฐานภาวนา และประกอบพิธีนมัสการตามหลักความเชื่อของแต่ละนิกาย พร้อมลดธงครึ่งเสา แต่งกายไว้ทุกข์ ปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับช่วงเวลาแห่งการถวายอาลัย และเผยแพร่พระกรณียกิจของพระองค์ผ่านช่องทางสื่อสารขององค์กรและสถาบันในสังกัด
• ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
สำนักพราหมณ์พระราชครู เทวสถานสำหรับพระนคร (โบสถ์พราหมณ์) และองค์กรศาสนาพราหมณ์–ฮินดู ร่วมประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและสวดมนต์ถวายเป็นพระกุศล พร้อมตั้งพระฉายาลักษณ์ เผยแพร่พระกรณียกิจ และจัดพิธีในวาระสำคัญ อาทิ ครบ 50 วัน และ 100 วัน โดยลดธงครึ่งเสา แต่งกายไว้ทุกข์ และปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับช่วงเวลาแห่งการถวายอาลัยตามแนวทางของทางราชการ ส่วนสมาคมฮินดูสมาช วัดเทพมณเฑียร และโรงเรียนภารตวิทยาลัย พร้อมคณะพราหมณ์ ร่วมประกอบพิธีสวดมนต์และสวดคัมภีร์ภควัตคีตาเพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ วัดเทพมณเฑียร พร้อมลดธงครึ่งเสา แต่งกายไว้ทุกข์ และปรับรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับช่วงเวลาแห่งการถวายอาลัย
• ศาสนาซิกข์
องค์กรศาสนาซิกข์ทั่วประเทศร่วมเชิญชวนศาสนิกชนสวดมนต์ เจริญจิตภาวนา และประกอบพิธีทางศาสนาเพื่ออุทิศถวายพระกุศลในวาระครบ 7 วัน 15 วัน 50 วัน และ 100 วัน พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมลงนามแสดงความอาลัย นอกจากนี้ ศาสนิกชนซิกข์-นามธารีได้กำหนดให้มีการยืนสงบนิ่งไว้อาลัย ประกอบพิธีอัรดาส (Ardas) จัดนิทรรศการเผยแพร่พระกรณียกิจ แต่งกายไว้ทุกข์ โดยปรับกิจกรรมทางศาสนาให้เหมาะสมกับช่วงเวลาแห่งการถวายอาลัย
ทั้งนี้ กรมการศาสนขอเชิญชวนประชาชนทุกศาสนา ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ผู้ทรงอุปถัมภ์กิจการศาสนาอย่างเสมอภาค ทั้งศาสนาพุทธ อิสลาม คริสต์ พราหมณ์–ฮินดู และซิกข์ และร่วมปฏิบัติตนด้วยความสำรวม รักษาศีลธรรม ประพฤติดี ทำประโยชน์ต่อส่วนรวม และสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ในการสร้างความรัก ความสามัคคี และสันติสุขให้แก่ประเทศชาติ เพื่อให้ความดีงามอันทรงสร้างไว้คงอยู่สถาพรในใจคนไทยตราบนานเท่านาน








