ครม. ไฟเขียว ดัน “หนังใหญ่” ขึ้นทะเบียนต่อยูเนสโก ต่อยอดต้นแบบ “วัดขนอน ราชบุรี” ปักหมุดการทูตวัฒนธรรมไทยระดับโลก
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการเสนอรายการ “การฟื้นฟูหนังใหญ่โดยชุมชนหนังใหญ่ในประเทศไทย”เพื่อขอขึ้นทะเบียนต่อองค์การยูเนสโกในหมวด “แนวปฏิบัติที่ดีในการสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” ซึ่งเป็นหมวดที่ประเทศไทยยังไม่เคยเสนอมาก่อน พร้อมกันนี้ ครม.เห็นชอบให้ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เป็นผู้ลงนามในเอกสารเพื่อยื่นต่อยูเนสโกภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด
รมว.วธ. กล่าวว่า การเสนอ “หนังใหญ่” ในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการใช้การทูตทางวัฒนธรรมถ่ายทอดคุณค่าและภูมิปัญญาของชุมชนไทยสู่เวทีนานาชาติ โดยเฉพาะการนำเสนอ “ต้นแบบการอนุรักษ์โดยชุมชน” ที่มีความเข้มแข็งและยั่งยืน
“หนังใหญ่ไม่ใช่เพียงศิลปะการแสดง แต่เป็นมรดกที่มีชีวิต สะท้อนพลังของชุมชนในการสืบสาน ฟื้นฟู และถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่นานาประเทศสามารถเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ได้” นางสาวซาบีดา กล่าว
รมว.วธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การเสนอขึ้นทะเบียนในครั้งนี้ เป็นการ “ต่อยอดความสำเร็จ” จากระดับชุมชน สู่การนำเสนอในระดับนโยบายและเวทีนานาชาติ เพื่อให้เกิดการยอมรับในฐานะต้นแบบการอนุรักษ์วัฒนธรรมโดยความพยายามของชุมชนหนังใหญ่ 3 ชุมชนได้แก่ ชุมชนหนังใหญ่วัดขนอน จังหวัดราชบุรี ชุมชนหนังใหญ่วัดบ้านดอน จังหวัดระยอง และชุมชนหนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดสิงห์บุรี ในการฟื้นฟูหนังใหญ่ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและนานาชาติ
นางสาวซาบีดา ยังกล่าวเสริมว่า “หนังใหญ่วัดขนอน จังหวัดราชบุรี” ซึ่งเป็นหนึ่งในชุมชนต้นแบบสำคัญของประเทศไทย เคยได้รับรางวัลชุมชนที่มีผลงานดีเด่นในการฟื้นฟูมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ จาก Asia/Pacific Cultural Centre for UNESCO (ACCU) เมื่อเดือนมิถุนายน 2550 ในฐานะตัวอย่างการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมที่โดดเด่น สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของชุมชนไทยในการรักษาและฟื้นฟูมรดกวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ รายการดังกล่าวมีความพร้อมครบถ้วนทั้งด้านข้อมูล เนื้อหา และการมีส่วนร่วมของชุมชน และจำเป็นต้องยื่นต่อยูเนสโกภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 หากพ้นกำหนดจะต้องเลื่อนออกไปอีกหนึ่งปี ซึ่งอาจทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสสำคัญในการแสดงบทบาทในเวทีโลก
“นี่คือจังหวะสำคัญของประเทศไทยในการยืนยันบทบาทด้านวัฒนธรรมในระดับนานาชาติ และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ” รมว.วธ. กล่าว
“การผลักดัน “หนังใหญ่” สู่ยูเนสโกในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม หากยังเป็นการยกระดับบทบาทของประเทศไทยในการใช้วัฒนธรรมเป็นพลังสร้างสรรค์ สร้างความเข้าใจ และเชื่อมโยงผู้คนในเวทีโลกอย่างยั่งยืน และกระทรวงวัฒนธรรมเชื่อมั่นว่า “หนังใหญ่” จะเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญของประเทศไทยในการสื่อสารคุณค่าทางวัฒนธรรมสู่สากล และต่อยอดสู่การพัฒนาในทุกมิติอย่างยั่งยืน” นางสาวซาบีดา กล่าว








