ลานบ้านกลางเมือง / บูรพา โชติช่วง : กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดตัว "ชุมชนย่านเมืองเก่าริมน้ำจันทบูร" สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 2568 ชูเสน่ห์พหุวัฒนธรรม 3 ศาสนา ริมสายน้ำประวัติศาสตร์ สัมผัสอัญมณีเลอค่า เสื่อกกจันทบูร พร้อมเมนูอาหารถิ่น UNSEEN กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่ความยั่งยืน
6 มีนาคม 2569 นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดกิจกรรมสร้างการรับรู้เส้นทางท่องเที่ยววิถีชุมชนของสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ชุมชนย่านเมืองเก่าริมน้ำจันทบูร โดยมี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และชาวชุมชนริมน้ำจันทบูรให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ วัดโบสถ์เมือง ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี ในโอกาสนี้ ประธานและคณะได้ร่วมสักการะพระแก้วมรกตและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดโบสถ์เมือง วัดเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายที่มีทับหลังศิลปะบาปวนอันล้ำค่า พร้อมรับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม “ชาติพันธ์จันทบูร” จากวิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี จากนั้นได้เยี่ยมชมการสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น อาทิ การทอเสื่อกกจันทบูร มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติ ประจำปี 2567 และ การทำอัญมณี ซึ่งจันทบุรีเป็นแหล่งพลอยสำคัญของโลก รวมถึงชมการสาธิตอาหารพื้นบ้านตามโครงการ “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” และผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรท้องถิ่น นอกจากนี้คณะ ร่วมพิธีบูชาดาวนพเคราะห์ Unseen Thai Thai จังหวัดจันทบุรี ณ วัดเขตร์นาบุญญาราม เพื่อความเป็นสิริมงคล
นางโชติกา รองปลัดก.วัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) มุ่งขับเคลื่อนนโยบาย “วัฒนธรรมนำไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” เปลี่ยนพลังทางวัฒนธรรมให้เป็นพลังทางเศรษฐกิจ โดยชุมชนย่านเมืองเก่าริมน้ำจันทบูรได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2568 เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็ง มีศักยภาพความพร้อมในทุกมิติ ทั้งด้านอาหาร ภูมิปัญญา และสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น การประกาศยกย่องนี้จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และกระตุ้นให้ลูกหลานกลับมาพัฒนาท้องถิ่น ต่อยอดมรดกภูมิปัญญาให้คงอยู่สืบไป
อีกทั้งกล่าวสุดยอดชุมชนต้นแบบฯ ชุมชนย่านเมืองเก่าริมน้ำจันทบูร เป็นการรวมตัวของ 3 ชุมชน ได้แก่ ริมน้ำจันทบูร, บ้านท่าเรือจ้าง และหลังวัดโรมัน ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี เป็นแหล่งพหุวัฒนธรรมที่ชาวไทย จีน และญวน อยู่ร่วมกันอย่างสันติ สะท้อนผ่านศาสนสถานและอาคารบ้านเรือนที่สวยงาม อาทิ อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล โบสถ์คาทอลิกสไตล์กอทิกที่งดงามที่สุดในภาคตะวันออก ภายในประดับด้วยกระจกสีสเตนกลาสและองค์แม่พระประดับพลอยกว่า 200,000 เม็ด, บ้านพักประวัติศาสตร์หลวงราชไมตรี บ้านไม้เก่าแก่กว่า 150 ปี ที่รักษาสถาปัตยกรรมโบราณและบอกเล่าเรื่องราวของผู้สร้างคุณูปการให้ชาวจันทบุรี, ศูนย์เรียนรู้ชุมชนฯ บ้านเลขที่ 69 แหล่งรวบรวมภาพถ่ายและเรื่องราววิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวริมน้ำ, ศาลเจ้าที่ตลาดล่าง ศูนย์รวมความศรัทธาของชาวไทยเชื้อสายจีนในย่านการค้าเก่าแก่ และวัดเขตร์นาบุญญาราม อารามฝ่ายอนัมนิกายที่มีพิธี “บูชาดาวนพเคราะห์” หนึ่งเดียวในไทยที่เป็น Unseen Thai Thai เสริมสิริมงคลตามความเชื่อโบราณ
“ด้านผลิตภัณฑ์วัฒนธรรม (CPOT) ที่ห้ามพลาดคือ เสื่อกกจันทบูร ที่ใช้กกน้ำกร่อยทำให้มีเส้นใยเหนียวทนทาน ไม่ขึ้นรา และ อัญมณีเลอค่า ที่นักท่องเที่ยวสามารถร่วม Workshop ออกแบบและทำเครื่องประดับได้ด้วยตนเอง ณ มีใจ สตูดิโอ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางเชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญใกล้เคียง อาทิ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี และ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้โบราณคดีใต้น้ำที่สำคัญ ซึ่งการเปิดตัวชุมชนในครั้งนี้จะเป็นการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้มาสัมผัสความสุขที่จันทบุรี ตามแนวคิด “สุขทุกวันที่จันทบุรี” และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน” รองปลัดก.วัฒนธรรม กล่าว








