ลานบ้านกลางเมือง / บูรพา โชติช่วง : ก.วัฒนธรรมชี้แจงกรณีประเทศกัมพูชาเสนอรายการ Mohasangkran chnam thmey, the traditional Khmer New Year in Cambodia ต่อยูเนสโก ยืนยันไม่กระทบสถานะ “สงกรานต์ในประเทศไทย” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว
นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยถึงกรณีที่ปรากฏกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการที่ประเทศกัมพูชาเสนอรายการ Mohasangkran chnam thmey, the traditional Khmer New Year in Cambodia เข้าสู่กระบวนการพิจารณาเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อ UNESCO ว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของ UNESCO แล้ว พบว่าเป็นข้อมูลจริงที่ปรากฏในระบบฐานข้อมูลขององค์การฯ ซึ่งจากข้อมูลในเว็บไซต์ดังกล่าว ระบุว่าประเทศกัมพูชามีรายการที่รอการพิจารณาในรอบปี พ.ศ. 2569 จำนวน 1 รายการ ได้แก่ Traditional Khmer wedding และมีรายการ Mohasangkran chnam thmey, the traditional Khmer New Year in Cambodia ซึ่งอยู่ในขั้นตอนเตรียมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในปีถัดไปตามลำดับขั้นตอนของอนุสัญญา
อธิบดีสวธ. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ในปี พ.ศ. 2564 กระทรวงวัฒนธรรมได้ยื่นเสนอ “สงกรานต์ในประเทศไทย (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year festival)” ต่อ UNESCO และได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2566 เรียบร้อยแล้ว โดยการขึ้นทะเบียนดังกล่าวมีผลสมบูรณ์ และไม่ถูกกระทบจากการเสนอของประเทศอื่น ทั้งนี้ ตามกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ค.ศ. 2003 (Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage 2003) ของ UNESCO มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อการคุ้มครอง อนุรักษ์ และส่งเสริมการสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม มิให้สูญหาย และเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ อนุสัญญาดังกล่าวมิได้มีเจตนาเพื่อรับรองความเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวของประเทศใดประเทศหนึ่ง เนื่องจากมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมหลายรายการอาจมีปรากฏในหลายประเทศได้
อธิบดีสวธ. กล่าวยกตัวอย่างกรณีของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งได้เสนอรายการ “Myanmar traditional New Year Atā Thingyan festival” และได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติจาก UNESCO เมื่อปี พ.ศ. 2567 โดยเป็นประเพณีปีใหม่ตามสุริยคติที่จัดขึ้นในช่วงกลางเดือนเมษายนเช่นเดียวกับประเทศในภูมิภาค และกล่าวต่อว่า การที่ประเทศกัมพูชาเสนอรายการดังกล่าว ถือเป็นสิทธิของรัฐภาคีสมาชิกภายใต้อนุสัญญาฯ โดยการพิจารณาจะมุ่งเน้นที่การปฏิบัติ การแสดงออก และการมีส่วนร่วมของชุมชนภายใต้อาณาเขตของประเทศผู้เสนอ พร้อมทั้งแผนการคุ้มครอง (Safeguarding Plan) และหลักฐานทางวิชาการประกอบการพิจารณา
สำหรับประเทศไทย ได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2559 และปัจจุบันมีรายการมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนในระดับนานาชาติ จำนวน 6 รายการ ประเภทบัญชีตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ได้แก่ โขน (ปี พ.ศ. 2561) นวดไทย (ปี พ.ศ. 2562) โนรา (ปี พ.ศ. 2564) สงกรานต์ (ปี พ.ศ. 2566) ต้มยำกุ้ง (ปี พ.ศ. 2567) เคบายา (ปี พ.ศ. 2567 – เสนอร่วมหลายประเทศ) และมีรายการที่อยู่ระหว่างเตรียมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอีก 4 รายการ ได้แก่ ชุดไทย มวยไทย ผ้าขาวม้า และลอยกระทง โดยรายการ “ชุดไทย” มีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาในปี พ.ศ. 2569
“กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ติดตามความเคลื่อนไหวของประเทศต่างๆ อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาคเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือทางวัฒนธรรม อันจะนำไปสู่การยอมรับและการชื่นชมคุณค่ามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมร่วมกันในระดับสากล “การขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เป็นกระบวนการเพื่อการคุ้มครองและสืบทอด มิใช่การแข่งขันหรือการช่วงชิงความเป็นเจ้าของ วัฒนธรรมคือมรดกร่วมของมนุษยชาติ” อธิบดีสวธ. กล่าวย้ำ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจะติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และพร้อมสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องแก่สาธารณชนต่อไป.








