สัปดาห์พระเครื่อง /อ.ราม วัชรประดิษฐ์
เดือนเมษายนของทุกปี เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นเทศกาลสงกรานต์ ประเพณีวันขึ้นปีใหม่ของไทยที่งดงาม อ่อนโยน เอื้ออาทร และเต็มไปด้วยบรรยากาศของความกตัญญู ความสนุกสนาน และความอบอุ่น แสดงลักษณะของความเป็นไทยอย่างเด่นชัด ตามคติความเชื่อแต่โบราณเชื่อว่า “การทำบุญไหว้พระในวันสงกรานต์จะเป็นกุศลผลบุญอันยิ่งใหญ่และเกิดสิริมงคลสูงสุดต่อชีวิต”
ในปีนี้ยุคน้ำมันแพงค่าแรงถูก หลายคนคงไม่เดินทางออกจากเมืองหลวง สงกรานต์ปีนี้ก็เป็นช่วงเวลามงคลที่เหมาะกับการออกไปทำบุญ ไหว้พระ ขอพร เสริมดวงรับปีใหม่ไทย มีพระประธานวัดไหนบ้างในกรุงเทพฯ ตามกันมาเลยครับ
1. พระแก้วมรกต วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่เรียกกันว่า “วัดพระแก้ว” วัดสำคัญคู่กรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) โปรดฯ ให้สร้างพร้อมการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อปี พ.ศ. 2325 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2327 และทรงอัญเชิญ “พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร” หรือ “พระแก้วมรกต” จากวัดอรุณราชวราราม มาเป็นพระประธาน นับเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมาจวบจนทุกวันนี้ การได้เข้าไปกราบสักการะขอพรเชื่อกันว่าจะทำให้จิตใจสะอาดผ่องใส ดุจรัตนตรัย
2. พระสุวรรณเขต และ พระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศวิหาร
พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร เดิมชื่อว่าวัดใหม่ อยู่ใกล้กับวัดรังษีสุทธาวาส ต่อมาได้รวมเข้าเป็นวัดเดียวกันโดยสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ ในรัชกาลที่ 3 เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชถึง 4 พระองค์ ทั้งยังเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 6 และวัดประจำรัชกาลที่ 9 พระประธานในพระอุโบสถแตกต่างจากวัดอื่นๆ คือมีพระประธาน 2 องค์ อันได้แก่ พระสุวรรณเขต (พระโต) และพระพุทธชินสีห์ เมื่อประดิษฐานอยู่คู่กันนับเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามสง่าอย่างน่าอัศจรรย์
3. พระพุทธไตรรัตนนายก (หลวงพ่อโต) วัดกัลยาณมิตร
พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 5 วา 3 ศอกคืบ สูง 7 วา 2 ศอกคืบ 10 นิ้ว เป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงของชาวไทยและชาวจีน โดยมีชื่อเรียกแบบจีนว่า ‘ซำปอฮุดกง’ หรือ ‘ซำปอกง’ เช่นเดียวกับที่วัดพนัญเชิง การมาสักการะเชื่อว่าจะมี ‘กัลยาณมิตร’ ดั่งชื่อวัด มีโชคมีลาภ เจริญรุ่งเรือง และแคล้วคลาดปลอดภัย
4. พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร (หลวงพ่อทองคำ) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร
เป็นพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยปางมารวิชัย สร้างจากทองคำแท้ทั้งองค์ หน้าตักกว้าง 6 ศอก 5 นิ้ว สูง 7 ศอก 1 คืบ 9 นิ้ว ได้รับการบันทึกจากกินเนสส์บุ๊กในปี 2534 ให้เป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก มักเรียกขานในหมู่ชาวต่างชาติว่า “Golden Buddha”
5. พระพุทธสิหิงค์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
เป็นพระพุทธรูปโบราณเก่าแก่ หล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ ปิดทองคำเปลว ปางสมาธิขัดราบ ศิลปะแบบสุโขทัยที่ได้รับอิทธิพลศิลปะลังกา หน้าตักกว้าง 66 ซม. สูง 91 ซม. พระสรีระงดงามสมส่วน ซึ่งในทุกๆ ปีทาง กทม. จะอัญเชิญออกมาให้ประชาชนได้สรงน้ำกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์
6. พระพุทธไสยาส (พระนอนวัดโพธิ์) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
พระพุทธรูปปางไสยาสน์ ศิลปะรัตนโกสินทร์ วัสดุปูนปั้นปิดทอง ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ และใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ องค์พระยาว 46 เมตร สูง 15 เมตร เชื่อกันว่าการได้สักการะจะทำให้ชีวิตร่มเย็นเป็นสุข นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าผู้ที่อายุย่างเข้าเลข 3 หากไปขอพรเรื่องความรักก็จะสมหวังอีกด้วย
7. พระศรีศากยมุนี วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นในปี พ.ศ. 2350 พระประธานคือ ‘พระศรีศากยมุนี’ ซึ่งอัญเชิญมาจากวัดมหาธาตุ จ.สุโขทัย การก่อสร้างมาเสร็จบริบูรณ์ในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 พุทธศาสนิกชนนิยมไปกราบสักการะเพื่อเสริมดวงชะตา ให้มีความร่มเย็นเป็นสุขและประสบความสำเร็จในชีวิต
8. พระศรีอริยเมตไตรย (หลวงพ่อโตวัดอินทร์) วัดอินทรวิหาร
พระพุทธรูปยืนปางอุ้มบาตรขนาดใหญ่ ประดิษฐานกลางแจ้ง ณ วัดอินทรวิหาร เดิมชื่อว่า “วัดไร่พริก” ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 1 เจ้าอินทวงศ์ได้ปฏิสังขรณ์และเรียกชื่อว่า “วัดอินทาราม” จนถึงรัชสมัยรัชกาลที่ 6 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดอินทรวิหาร” เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ
9. พระประธานยิ้มรับฟ้า วัดระฆังโฆสิตาราม
พระประธานในพระอุโบสถที่มีเรื่องเล่าขานว่า รัชกาลที่ 5 เคยมีพระราชกระแสรับสั่งว่า “ไปวัดไหนไม่เหมือนมาวัดระฆังฯ พอเข้าประตูโบสถ์ พระประธานยิ้มรับฟ้าทุกที” และเชื่อกันว่าเป็นต้นแบบของการสร้าง “พระสมเด็จวัดระฆัง” ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
สุดท้ายท้ายสุด ในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ การเข้าวัดทำบุญไหว้พระขอพรเสริมดวงจึงเป็นที่พึ่งทางใจที่ดี ช่วยหนุนนำชีวิต ถือเป็นการเสริมสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว เพื่อเพิ่มพลังให้กับชีวิต โดยเฉพาะคนที่กำลังพบเจออุปสรรคหรือได้รับผลกระทบจากวิกฤตยุคน้ำมันแพงครับผม







