“รมช.ปิยะรัฐชย์” เดินหน้าคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ทั่วประเทศ ตามนโยบาย "รมว.สุริยะ" ยกระดับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สู่ “กระทรวงของประชาชน” ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พร้อมรับมือเอลนีโญและซูเปอร์เอลนีโญ
วันที่ 18 ก.ค.69 น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 ระดับประเทศ ที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการยกระดับกระทรวงเกษตรฯ ให้เป็น “กระทรวงของประชาชน” โดยบูรณาการทุกหน่วยงานในสังกัดร่วมให้บริการเกษตรกรแบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว ทั้งการให้คำปรึกษา แก้ไขปัญหาด้านการเกษตร และรับเรื่องร้องทุกข์ เพื่อลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน
น.ส.ปิยะรัฐชย์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนการผลิตเป็นนโยบายหลัก พร้อมผลักดันการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์เอลนีโญและซูเปอร์เอลนีโญ โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรจัดทำคำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ทั้งการส่งเสริมพืชใช้น้ำน้อย การปรับรูปแบบการเพาะปลูก และการบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ของตนเอง
ทั้งนี้ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่านายสุริยะยังได้กำชับให้ทุกหน่วยงานยกระดับการให้บริการในรูปแบบ Soft Service พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ภารกิจของกระทรวงให้ประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น โดยย้ำว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะไม่เป็นเพียงหน่วยงานกำกับดูแล แต่จะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานและเป็นที่พึ่งของเกษตรกรในทุกพื้นที่
ด้านนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ดำเนินงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 24 โดยนอกจากการจัดงานระดับประเทศที่จังหวัดเชียงรายแล้ว ทุกจังหวัดทั่วประเทศยังจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 ในระดับจังหวัด ตลอดในห้วงเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง
สำหรับการจัดงานครั้งนี้ มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 16 หน่วยงาน ร่วมให้บริการแบบครบวงจร ทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี การวิเคราะห์ดินและพืช การสนับสนุนปัจจัยการผลิต การซ่อมบำรุงเครื่องจักรกลการเกษตร และการให้คำปรึกษาเฉพาะด้าน โดยกรมส่งเสริมการเกษตรยังนำข้อมูลทะเบียนเกษตรกรและข้อมูลเชิงพื้นที่มาวิเคราะห์ เพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน








