วันที่ 29 มิถุนายน 2569 เวลา 13.47 น. บริเวณชั้น 1 โซน C (ริมสระมรกต) อาคารรัฐสภา นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เยี่ยมชมและโปรโมทบูธจำหน่ายสินค้าสหกรณ์ โดยมี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยรองอธิบดี หัวหน้าส่วนราชการ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากหลายจังหวัดเข้าร่วมกิจกรรม
นางสาวปิยะรัฐชย์เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์มีนโยบายคัดเลือกสินค้าดาวเด่นของแต่ละจังหวัดมาจัดแสดงรวม 16 บูธ ส่วนใหญ่เป็นสินค้า GI (Geographical Indication) ที่ผ่านการคัดสรรมาแล้ว ทั้งในกลุ่มอาหาร นม เนื้อ รวมถึงผักและผลไม้ปลอดภัย ซึ่งเน้นย้ำเรื่องการยกระดับมาตรฐานสินค้าทั้งมาตรฐาน Q, GAP และ GMP เพื่อการันตีคุณภาพสินค้าของสหกรณ์และเกษตรกรสู่สายตาประชาชน ทั้งในรูปแบบวัตถุดิบและสินค้าแปรรูป โดยมีกลไกสำคัญคือศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ หรือ CDC ที่มีการผลักดันให้เกิดขึ้นเกือบทุกจังหวัดในทุกภูมิภาค เพื่อสร้างเครือข่ายการกระจายสินค้า เช่น จากภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ หรือจากภาคใต้ไปสู่อีสานและภาคกลาง ให้คนไทยได้บริโภคสินค้าคุณภาพจากเกษตรกรทั่วประเทศ
นอกจากนี้ยังได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะการให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเข้ามาช่วยอบรมทักษะด้านอาชีพและการแปรรูปสินค้าให้กับเกษตรกรและสมาชิกสหกรณ์อีกทางหนึ่งด้วย
ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างกระทรวง (Synergistic Government) เป็นเป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่เริ่มฟอร์มรัฐบาลเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มากขึ้น ซึ่งขณะนี้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานกำลังร่วมกับกรมการข้าวพัฒนาทักษะ "Smart Farmer" และ "Precision Farming" ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว และพร้อมจะขยายความร่วมมือมายังกรมส่งเสริมสหกรณ์เพื่อพัฒนาทักษะฝีมือให้แก่เครือข่ายสหกรณ์ โดยจากการเยี่ยมชมพบว่าสินค้ามีคุณภาพระดับเกรด A อยู่แล้ว โจทย์ต่อไปคือการพัฒนาต่อยอดให้เป็นสินค้าระดับโลกที่สามารถวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าใหญ่ทั่วโลกและส่งออกต่างประเทศได้ พร้อมทั้งจะให้โอกาสและส่งเสริมกลุ่มสหกรณ์อื่นๆ ที่ยังไม่ได้รับการคัดเลือกในวันนี้ให้มีการพัฒนาตนเองต่อไป เพื่อสร้างโอกาสให้สินค้าเกษตรไทยไปได้ไกลในทุกตัว
ขณะที่นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวรับนโยบายจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ในการผลักดันสินค้าคุณภาพและการกระจายสินค้าไปสู่ประชาชนทั่วประเทศ โดยยืนยันว่าขณะนี้กำลังเร่งยกระดับศูนย์ CDC และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความพร้อมสำหรับการส่งออกไปยังต่างประเทศ อาทิ สินค้าข้าวและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ซึ่งการดำเนินงานครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการทุกกรมตามนโยบายของรัฐมนตรี เพื่อยกระดับสินค้าสหกรณ์อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับสินค้าดาวเด่น 16 บูธที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ ประกอบด้วย เนื้อโคขุนกำแพงแสนจากสหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสนจำกัด จ.นครปฐม, ปลาสลิดบางบ่อจากสหกรณ์การเกษตรบางบ่อจำกัด จ.สมุทรปราการ, กาแฟภูทับช้างจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟภูทับช้าง จ.เลย, ผลิตภัณฑ์นมจากสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรีจำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์), ไข่ไก่จากสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้วจำกัด จ.ฉะเชิงเทรา
อาหารทะเลแปรรูปและน้ำผึ้งดอกลิ้นจี่จากสหกรณ์ประมงบางจะเกร็ง-บางแก้วจำกัด และสหกรณ์การเกษตรอัมพวาจำกัด จ.สมุทรสงคราม, หมูทุบจากสหกรณ์การเกษตรลำลูกกาจำกัด จ.ปทุมธานี, มะพร้าวน้ำหอมและสับปะรดจากสหกรณ์ใน จ.ราชบุรี, ทุเรียนน้ำแร่และข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟจากสหกรณ์ใน จ.บุรีรัมย์, ผักปลอดภัยจากสหกรณ์ผักปลอดภัยภูทับเบิกจำกัด จ.เพชรบูรณ์
ข้าวหอมขาวเจ๊กชัยนาทจากสหกรณ์การเกษตรทุ่งวัดสิงห์จำกัด, เครื่องจักสานป่านศรนารายณ์จากสหกรณ์การเกษตรหุบกระพงจำกัด จ.เพชรบุรี, ผ้าม่อฮ่อมจากสหกรณ์ผู้ผลิตม่อฮ่อมทุ่งโฮ่งจำกัด จ.แพร่ และผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติจากกลุ่มทอผ้าไหมบ้านชัยเจริญ จ.ขอนแก่น ซึ่งล้วนเป็นสินค้าดาวเด่นในเครือข่ายศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ที่มุ่งเน้นชูจุดเด่นของแต่ละชุมชนออกสู่สังคมตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์








