สยามคูโบต้าเผยกลยุทธ์รับมือ “ซูเปอร์เอลนีโญ” แนะเกษตรกรไทยปรับปฏิทินเพาะปลูก บริหารจัดการน้ำแม่นยำ พร้อมเทคนิคลดต้นทุนพลังงานด้วยเครื่องจักรประหยัดน้ำมัน เพื่อการเกษตรที่ยั่งยืนในยุควิกฤตสภาพภูมิอากาศ
วันที่ 20 มิ.ย.69 นายรัชกฤต สงวนชีวิน ผู้จัดการฝ่าย Sustainability Development บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยถึงการเตรียมพร้อมรับมือ "ซูเปอร์เอลนีโญ" (Super El Niño) ว่า ท่ามกลางสภาวะความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่โลกกำลังเผชิญ โดยเฉพาะปรากฏการณ์ "ซูเปอร์เอลนีโญ" ที่คาดการณ์ว่าจะทวีความรุนแรงมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการเกษตรของไทยทั้งในด้านผลผลิตและรายได้ ซึ่งอาจฉุดรั้ง GDP ในภาพรวม ทั้งนี้ สยามคูโบต้า ในฐานะผู้นำด้านโซลูชันการเกษตร จึงเร่งผลักดันองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อช่วยให้เกษตรกรไทยสามารถปรับตัวและก้าวข้ามวิกฤตนี้ไปได้อย่างยั่งยืน โดยหัวใจสำคัญคือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกและการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การเตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้งในระยะสั้น เน้นไปที่การจัดเตรียมแหล่งน้ำให้เพียงพอต่อการเพาะปลูกเพื่อให้สามารถผ่านพ้นช่วงที่แล้งจัดไปได้ ควบคู่ไปกับการใช้เทคนิคเฉพาะทางในการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย หรือแม้แต่การคงระดับผลผลิตให้ได้เท่าเดิมในสภาวะที่มีน้ำจำกัด
นอกจากนี้ สยามคูโบต้ายังได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการพัฒนาแพลตฟอร์มพยากรณ์อากาศที่มีความแม่นยำสูง เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนและปรับเปลี่ยน "ปฏิทินการเพาะปลูก" ให้สอดคล้องกับอุณหภูมิและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้ภาคเกษตรกรรมไทยสามารถอยู่รอดได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
นอกเหนือจากวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม เกษตรกรไทยยังต้องเผชิญกับ วิกฤตพลังงาน ที่ซ้ำเติมต้นทุนการผลิต ซึ่งทางสยามคูโบต้าได้เตรียมความพร้อมรองรับปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่องกว่า 5-6 ปี ผ่านการพัฒนาเครื่องยนต์เครื่องจักรกลการเกษตรให้สามารถรองรับน้ำมัน B20 ที่ผลิตจากปาล์มน้ำมันภายในประเทศ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงแต่ยังเป็นการสนับสนุนรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มอีกทางหนึ่งด้วย ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการใช้งานเครื่องจักรอย่างถูกวิธี เช่น เทคนิคการขับขี่เพื่อประหยัดน้ำมัน การปรับตั้งอุปกรณ์ต่อพ่วง และการเลือกใช้เกียร์หรือความเร็วรอบที่เหมาะสม ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยลดต้นทุนพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม
“ในส่วนของการพัฒนาเทคโนโลยีอนาคต สยามคูโบต้ายังคงมุ่งเน้นการนำเข้านวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาทดสอบและปรับปรุงให้เหมาะสมกับบริบทของตลาดประเทศไทย โดยปัจจุบันเทคโนโลยีทางการเกษตรถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น เพื่อให้เกษตรกรสามารถปรับตัวและเข้าถึงนวัตกรรมเหล่านี้ได้โดยไม่มีอุปสรรค การผสานพลังระหว่างการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ การใช้เทคโนโลยีพยากรณ์อากาศที่แม่นยำ และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรไทยฝ่าฟันวิกฤตซ้อนวิกฤตในปีนี้ไปได้อย่างมั่นคง” นายรัชกฤต กล่าว








