มกอช. นำไทยในเวทีอาเซียนเจรจายกระดับ AKFTA ผลักดันมาตรฐาน SPS และระบบ e-Certification เพิ่มความโปร่งใส ลดต้นทุนและขั้นตอนการค้าเกษตร–อาหาร เร่งการตรวจปล่อยสินค้า เสริมขีดความสามารถแข่งขันการส่งออกไทยสู่ตลาดโลก
วันที่ 17 มิ.ย.69 นางสาวรวินันท์ ฉ่ำเฉลิม รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยภายหลังการปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานร่วมฝ่ายอาเซียนในการประชุมคณะทำงานด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (Working Group on Sanitary and Phytosanitary Measures: WG-SPS) ภายใต้การเจรจายกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–สาธารณรัฐเกาหลี (ASEAN–Korea Free Trade Agreement: AKFTA Upgrade) ระหว่างวันที่ 11–12 มิถุนายน 2569 ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ว่า ไทยได้มีบทบาทสำคัญในการประสานความเห็นระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อขับเคลื่อนการจัดทำบทว่าด้วยมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS Chapter) ให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับบริบทการค้าโลก และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม
นางสาวรวินันท์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการเจรจายกระดับความตกลง AKFTA เนื่องจากความตกลงฉบับเดิมยังไม่มีข้อบทเฉพาะด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยสินค้าเกษตรและอาหาร ตลอดจนลดอุปสรรคทางการค้าที่อาจเกิดขึ้นระหว่างประเทศคู่ภาคี
“ในฐานะประธานร่วมฝ่ายอาเซียน ไทยได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับประเทศสมาชิกอาเซียนและสาธารณรัฐเกาหลี จนสามารถบรรลุความเห็นร่วมกันเกี่ยวกับโครงสร้างและองค์ประกอบของบท SPS จำนวน 18 มาตรา ซึ่งจะเป็นกรอบสำคัญสำหรับการจัดทำรายละเอียดของข้อบทในระยะต่อไป และสะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันในการยกระดับความร่วมมือด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชให้สอดรับกับความท้าทายและโอกาสทางการค้าในอนาคต” รองเลขาธิการ มกอช. กล่าว
สำหรับประเด็นสำคัญที่ได้รับการบรรจุไว้ในโครงสร้างของบท SPS ได้แก่ การส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินมาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (e-Certification) ซึ่งจะช่วยลดภาระด้านเอกสาร เพิ่มความรวดเร็วในการตรวจปล่อยสินค้า ยกระดับความโปร่งใสของกระบวนการทางการค้า และลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางการจัดตั้ง คณะกรรมการด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS Committee) ซึ่งเป็นข้อเสนอสำคัญที่ประเทศไทยผลักดัน เพื่อใช้เป็นกลไกในการหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูล และแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับมาตรการ SPS ระหว่างประเทศคู่ภาคีอย่างทันท่วงที อันจะช่วยลดอุปสรรคทางการค้าและส่งเสริมการขยายตัวของการค้าสินค้าเกษตรและอาหารในระยะยาว
นางสาวรวินันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดทำบท SPS ภายใต้การยกระดับความตกลง AKFTA จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการ และภาคธุรกิจของไทยและอาเซียน โดยช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้า ลดต้นทุนการดำเนินงาน สร้างความเชื่อมั่นต่อระบบความปลอดภัยสินค้าเกษตรและอาหาร และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดระหว่างประเทศ
“ไทยพร้อมใช้บทบาทในฐานะประธานร่วมฝ่ายอาเซียนในการผลักดันการเจรจาให้เกิดความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย และรองรับทิศทางการค้าและการลงทุนในอนาคต ซึ่งอาเซียนและสาธารณรัฐเกาหลีตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันการยกระดับความตกลง AKFTA ให้มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2570 อันจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของภูมิภาคในระยะยาว” นางสาวรวินันท์ กล่าว








