สมาคมกุ้งไทยฯ จับมือพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้ง ขอบคุณนายกฯอนุทิน สั่งการรวดเร็ว รอผลสรุปก.เกษตรไทย-มาเลเซีย ยกเลิกแบนกุ้งไทย พร้อมหนุนรัฐเดินหน้าแผน 5 ปี "วาระแห่งชาติ" ฟื้นโครงสร้างอุตสาหกรรม
วันที่ 10 มิ.ย.69 สมาคมกุ้งไทย ร่วมกับพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย 19 องค์กร และสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เข้าพบ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา เพื่อยื่นข้อเสนอเร่งด่วนในการแก้ปัญหาวิกฤตอุตสาหกรรมกุ้ง ทั้งมาตรการระยะสั้นกรณีมาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้งไทย และมาตรการระยะยาวในการผลักดันแผนยกระดับอุตสาหกรรมกุ้งสู่ "วาระแห่งชาติ" หวังพลิกฟื้นธุรกิจแสนล้าน โดยทางภาคเอกชนได้สะท้อนปัญหาสำคัญ 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ การเร่งเจรจากับทางการมาเลเซีย ปมระงับนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์
จากกรณีที่ทางการมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งจากประเทศไทยจำนวน 5 สายพันธุ์ ได้แก่ กุ้งลายเสือ, กุ้งแชบ๊วย, กุ้งขาวแวนนาไม, กุ้งกุลาดำ และกุ้งฟ้า โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อราคากุ้งในประเทศอย่างรุนแรง เนื่องจากมาเลเซียถือเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย มีปริมาณการนำเข้าสูงถึงราว 10,000 ตันต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลผลิตจากเกษตรกรและชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ภาคใต้
โดยข้อเสนอจากภาคเอกชน ขอให้รัฐบาลเร่งรัดการเจรจาระดับรัฐบาลเพื่อผ่อนปรนการเปิดด่านโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตจะออกสู่ตลาดมาก ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรเข้าใจถึงความสำคัญของมาตรการด้านความปลอดภัยอาหาร จึงเสนอให้ร่วมกันกำหนดแนวทางการตรวจสอบที่เหมาะสม โปร่งใส และเป็นสากล เพื่อป้องกันไม่ให้ประเด็นดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นมาตรการกีดกันทางการค้าในอนาคต
มาตรการระยะยาว สมาคมฯ และพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้ง ขอให้รัฐบาลเร่งขับเคลื่อน "แผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2569 - 2573" เพื่อปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมกุ้งแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมการพัฒนาสายพันธุ์ การควบคุมโรคระบาด การลดต้นทุนการผลิต และการขยายตลาด ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระจายรายได้และรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานที่มีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 2 ล้านคน
โดยในการประชุม นายวัชระพล กล่าวว่า การเร่งรัดการเจรจากับทางการมาเลเซียเพื่อคลี่คลายสถานการณ์และลดผลกระทบต่อการส่งออกกุ้งของไทย ได้แจ้งให้ผู้เข้าร่วมประชุมทราบว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามในหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและความมั่นคงอาหารของมาเลเซีย เพื่อขอหารือร่วมกันอย่างเป็นทางการ โดยจะให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของทั้งสองประเทศประสานงานรายละเอียดเบื้องต้นก่อนการหารือ ทั้งนี้ คาดว่าการเจรจาจะเป็นไปในทิศทางที่ดี และจะเร่งดำเนินการให้ได้ข้อยุติโดยเร็วที่สุด
ส่วนแผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2569 - พ.ศ. 2573 นั้น ได้มอบหมายให้กรมประมงรับข้อเสนอไปพิจารณาและจัดทำแนวทางดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วนต่อไป
นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยว่า ภาคเอกชนต้องขอขอบคุณรัฐบาล โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้สั่งการอย่างรวดเร็วหลังได้รับหนังสือร้องเรียนก่อนหน้านี้ ซึ่งได้ทราบในการประชุมครั้งนี้ว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงนามในหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและความมั่นคงอาหารของมาเลเซีย เพื่อขอเปิดฉากเจรจาอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี
"ปัจจุบันอุตสาหกรรมกุ้งไทยกำลังเผชิญปัญหารุมเร้าหลายด้าน ทั้งโรคระบาด ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ตลอดจนภาวะขาดแคลนคำสั่งซื้อจากผลกระทบของสงครามโลก การผลักดันแผนปฏิบัติการฯ ให้เป็นวาระแห่งชาติ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืน และเพิ่มขีดความสามารถให้กุ้งไทยกลับมาเป็นสินค้าส่งออกหลักที่ทำรายได้เข้าประเทศอีกครั้ง" นายเอกพจน์ กล่าว
สำหรับ พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย 19 องค์กร ประกอบด้วย สมาคมกุ้งไทย, สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย, สมาคมกุ้งตะวันออกไทย, สมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย, สหกรณ์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจังหวัดตรัง จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งจันทบุรี จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำท่าทอง จำกัด, ชมรมเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง จังหวัดกระบี่, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งฉะเชิงเทรา, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานี, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งเพชรบุรี, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งคุณภาพชุมพร, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งตะกั่วป่า คุระบุรี, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งประจวบคีรีขันธ์, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งระนอง, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล, ชมรมผู้ผลิตลูกพันธุ์สัตว์น้ำ, คลัสเตอร์กุ้งกุลาดำไทย, และประธานคลัสเตอร์กุ้งกุลาดำภาคตะวันออก








