กรมวิชาการเกษตร เดินหน้าปลดล็อกขยายตลาดส่งออกส้มโอไทย รับนโยบายนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการขยายตลาดสินค้าเกษตรใหม่ ๆ เพิ่มเติม ล่าสุดฝ่ายญี่ปุ่นพร้อมนำเข้าส้มโอไทยเพิ่มอีก 2 พันธุ์ ‘ขาวน้ำผึ้ง’ และ ‘ทับทิมสยาม’ เพิ่มเติมจาก ‘ทองดี’ ที่สามารถส่งออกไปยังญี่ปุ่นได้ก่อนหน้านี้แล้ว
วันที่ 2 มิ.ย.69 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้หารือกับนายคาเนนากะ ทาดายูกิ เลขานุการเอก สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกทางการค้าและมาตรการสุขอนามัยพืชระหว่างสองประเทศ
ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้หารือและแสดงความขอบคุณกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง (Ministry of Agriculture, Forestry and Fisheries; MAFF) ญี่ปุ่น ที่ยอมรับการนำเข้าส้มโอพันธุ์ ‘ขาวน้ำผึ้ง’ และ ‘ทับทิมสยาม’ โดยยอมรับให้ใช้เงื่อนไขและแนวทางปฏิบัติเดียวกันกับส้มโอพันธุ์ ‘ทองดี’ ที่ได้รับอนุมัติไปก่อนหน้านี้ ด้วยวิธีการบำบัดด้วยไอน้ำร้อน (Vapor Heat Treatment: VHT) ที่อุณหภูมิกึ่งกลางผล 46 องศาเซลเซียส นาน 30 นาที หลังจากที่นักวิจัยของกรมวิชาการเกษตรได้ยื่นผลการศึกษาเชิงวิชาการรองรับ พร้อมกันนี้ได้ขอให้ฝ่ายญี่ปุ่นช่วยเร่งรัดกระบวนการแก้ไขระเบียบการนำเข้าผลส้มโอสดจากไทยให้ครอบคลุมทั้ง 2 พันธุ์ดังกล่าวโดยเร็ว ซึ่งหากการแก้ไขระเบียบแล้วเสร็จ จะทำให้ประเทศไทยสามารถส่งออกส้มโอไปยังตลาดญี่ปุ่นได้รวมเป็น 3 พันธุ์ คือ ทองดี ขาวน้ำผึ้ง และทับทิมสยาม ภายในปีนี้
ทั้งนี้ ประเทศญี่ปุ่นได้อนุญาตให้นำเข้าส้มโอจากประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2555 แต่จำกัดเฉพาะพันธุ์ ‘ทองดี’ เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณการส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่นราว 50-150 ตันต่อปี อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีศักยภาพในการผลิตส้มโอคุณภาพมูลค่าสูง (Premium Fruit) และส้มโอที่ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เช่น พันธุ์ขาวน้ำผึ้ง ซึ่งมีผลผลิตรวมทั่วประเทศประมาณ 50,000-70,000 ตัน และพันธุ์ทับทิมสยามที่มีผลผลิตประมาณ 1,500-3,000 ตัน ซึ่งตอบโจทย์ตลาดทั้ง Mass Market และ Super Premium กรมวิชาการเกษตรจึงเร่งผลักดันส้มโอทั้ง 2 พันธุ์นี้ ซึ่งการที่ญี่ปุ่นยอมรับเงื่อนไขการนำเข้าในครั้งนี้ จะช่วยให้ไทยสามารถขยายส่วนแบ่งในตลาดนำเข้าผลไม้ตระกูลส้มของญี่ปุ่นที่มีปริมาณสูงถึงปีละ 200,000-250,000 ตันได้มากยิ่งขึ้น สอดรับกับนโยบายการขยายตลาดสินค้าเกษตรใหม่ ๆ เพิ่มเติม ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นอกจากนี้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้แจ้งให้ฝ่ายญี่ปุ่นทราบว่า กรมวิชาการเกษตรได้อนุมัติพื้นที่ผลิตส้มแห่งใหม่ของญี่ปุ่นเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง ได้แก่ ในจังหวัดเอฮิเมะ (Ehime) และจังหวัดฟูกูโอกะ (Fukuoka) ซึ่งจะช่วยให้ฝ่ายญี่ปุ่นสามารถส่งออกส้มจากทั้งสองแหล่งผลิตมายังประเทศไทยได้ทันในฤดูการผลิตที่จะถึงนี้
พร้อมกันนี้ ได้แสดงความขอบคุณ MAFF ญี่ปุ่น ที่เตรียมจัดส่งเจ้าหน้าที่เดินทางมาตรวจประเมินกระบวนการผลิตและการรับรองส่งออกผลไม้สด (มะม่วง มังคุด และส้มโอ) ในประเทศไทย สำหรับฤดูกาลส่งออกปี 2569/2570 ระหว่างวันที่ 24 มิถุนายน ถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 โดยกรมวิชาการเกษตรยืนยันความพร้อมที่จะร่วมมือกับฝ่ายญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมการค้าและกระชับความสัมพันธ์ด้านการเกษตรของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไป ตามนโยบายนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์








