กยท. ลงนามความร่วมมือกับ มช.ถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมการปลูกยางพารา รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เสริมศักยภาพเกษตรกร เพิ่มประสิทธิภาพสวนยาง และสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน
วันที่ 28 พ.ค.69 นายโกศล บุญคง รักษาการผู้ว่าการ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เรื่อง “การถ่ายทอดทางวิชาการและเทคโนโลยีการปลูกยางพาราภายใต้การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ” กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) มุ่งเสริมแกร่งองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมการปลูกยางพารา สอดรับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง พร้อมถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกรและบุคลากรที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป ณ โรงแรมคุ้มภูคำ จ.เชียงใหม่
นายโกศล กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรของประเทศ รวมถึงการปลูกยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญและเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรไทยจำนวนมาก ปัจจัยดังกล่าวทำให้เกษตรกรจำเป็นต้องมีองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวทางการจัดการสวนยางที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้สามารถปรับตัว และสามารถยกระดับการทำสวนยาง เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างความมั่นคงในอาชีพได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น จึงนำมาสู่ความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้ ที่มีเป้าหมายสำคัญคือการส่งเสริมและสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีเกี่ยวกับการปลูกยางพาราที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ควบคู่กับการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และเทคโนโลยีในการปลูกยางพาราให้กับเกษตรกรชาวสวนยางและบุคลากร กยท. ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวของยางพาราได้อย่างเป็นรูปธรรม
นายโกศล กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายใต้บันทึกข้อตกลงดังกล่าว กยท. จะสนับสนุนการจัดหาพื้นที่และทรัพยากรสำหรับการดำเนินงานศูนย์เรียนรู้ จัดเตรียมต้นกล้าและวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น รวมถึงประสานงานกับเกษตรกรและชุมชนเพื่อเข้าร่วมโครงการ ขณะที่ มช. จะสนับสนุนบุคลากรด้านวิชาการ ร่วมดำเนินการวิจัย ถ่ายทอดองค์ความรู้ จัดฝึกอบรม และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนให้คำปรึกษาด้านวิชาการและเทคโนโลยีการปลูกยางพารา โดยเฉพาะการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการปลูกยางพาราในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อพัฒนาสวนยางให้มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศและบริบทของพื้นที่ รวมถึงสนับสนุนการขยายพื้นที่เพาะปลูกยางพาราอย่างเหมาะสม พร้อมแนวทางที่เอื้อต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และมีส่วนช่วยลดผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ในระยะยาว
“กยท. เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นจุดเชื่อมสำคัญระหว่างองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมจากสถาบันการศึกษา สู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรชาวสวนยางสามารถปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง มีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็ง และร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยางพาราไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายโกศล กล่าว








