กฟก. เดินหน้าสู่ปีที่ 28 ชูยุทธศาสตร์ “เปลี่ยนหนี้เป็นโอกาส” พลิกฟื้นเกษตรกรไทยด้วยนวัตกรรมและวินัยทางการเงิน ผ่านแนวคิด 4 SMART ยกระดับจากลูกหนี้สู่ผู้ประกอบการชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมผลงานช่วยเหลือหนี้สินและพัฒนาอาชีพทั่วประเทศ
วันที่ 18 พ.ค.69 นางวรรณี มหานีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เปิดเผยถึงทิศทางและความคืบหน้าการดำเนินงานของ กฟก. ภายใต้เป้าหมายสำคัญในการ “ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยให้มีความมั่นคงและยั่งยืน” พร้อมขานรับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งสู่ “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย”ณ ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
นางวรรณี กล่าวว่า กฟก. ก้าวเข้าสู่ปีที่ 28 ได้ปรับโฉมการดำเนินงานเชิงยุทธศาสตร์ภายใต้แนวคิด "เปลี่ยนหนี้เป็นโอกาส ยุทธศาสตร์พลิกฟื้นเกษตรกรไทยด้วยนวัตกรรม" ซึ่งเป็นการสนองนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อยกระดับรายได้และพัฒนาเกษตรกรรมให้เกิดความยั่งยืน โดยหัวใจสำคัญในยุคใหม่นี้คือ การเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงหน่วยงาน "บรรเทาหนี้" ไปสู่การเป็นผู้ "สร้างภูมิคุ้มกัน" ให้แก่สมาชิกองค์กรเกษตรกร เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินที่หมุนเวียนไม่รู้จบภายใต้งบประมาณที่มีจำกัด
กฟก. จึงได้กำหนดทิศทางใหม่ด้วยกลยุทธ์ " 4 SMART" ที่ประกอบด้วย Smart Farmer เพื่อยกระดับเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการชุมชน, Smart Agriculture เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มองค์กรผ่านการสนับสนุนงบประมาณทั้งในรูปแบบเงินอุดหนุนและเงินกู้ยืม, SM Digital การใช้ฐานข้อมูล (Data Driven) มาเป็นหลักในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาแทนการใช้งบประมาณนำทาง และ Smart Office ที่มุ่งพัฒนาพนักงานให้ทำหน้าที่เป็น "โค้ช" หรือนักพัฒนาทักษะการเงินชุมชนที่พร้อมให้คำปรึกษาและสร้างแรงบันดาลใจให้เกษตรกรเดินหน้าต่อไปได้
สำหรับการจัดการหนี้ในรูปแบบใหม่นี้ กฟก. จะเน้นการจัดการหนี้ "แบบมีเงื่อนไข" โดยเริ่มต้นจากการสะสางทะเบียนหนี้เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรตัวจริงที่กู้ยืมเพื่อภาคการเกษตรเท่านั้น ไม่ใช่หนี้จากการทำธุรกิจประเภทอื่น ขณะเดียวกันเกษตรกรที่ได้รับการจัดการหนี้จะต้องเข้าสู่กระบวนการ "ทำแผนฟื้นฟูชีวิต" รายบุคคลเพื่อสร้างวินัยทางการเงินและแผนการผลิตที่ชัดเจน ซึ่งรวมถึงการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตและรับมือกับความเปลี่ยนแปลง
โดย กฟก. ได้วางโครงสร้างการสนับสนุนแบบ "พีระมิด" ตั้งแต่ระดับฐานรากที่สนับสนุนงบประมาณการผลิตขั้นพื้นฐานกลุ่มละไม่เกิน 50,000 บาท ไปจนถึงระดับยอดพีระมิดที่เป็นโครงการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างผู้ประกอบการชุมชนอย่างครบวงจร ซึ่งสามารถให้งบประมาณสนับสนุนได้สูงสุดถึง 5 ล้านบาทตามความเหมาะสมของนวัตกรรมและความยั่งยืนของโครงการ
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลากว่า 27 ปีที่ผ่านมา กฟก. ได้ดำเนินภารกิจฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการสร้างอาชีพ การพัฒนาองค์กรเกษตรกร และการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ โดยตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน ได้อนุมัติงบประมาณเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรแล้วกว่า 13,651 โครงการ วงเงินรวมกว่า 1,814 ล้านบาท ขณะเดียวกัน กฟก. ยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินให้เกษตรกรได้แล้วจำนวน 36,940 ราย รวม 38,058 สัญญา คิดเป็นวงเงินกว่า 12,360 ล้านบาท และสามารถรักษาที่ดินทำกินของเกษตรกรไว้ได้ถึง 30,146 แปลง รวมพื้นที่กว่า 200,171 ไร่ กฟก. ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เน้นการบูรณาการข้ามภาคส่วน เช่น โมเดลความสำเร็จในจังหวัดลำปางและอ่างทอง ที่มีการทำงานร่วมกับ อบจ. มหาวิทยาลัย และพาณิชย์จังหวัด เพื่อสร้างตลาดจำหน่ายผลผลิตที่มีชีวิต (Yard Market) และการเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตมูลค่าสูง
“สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่า การใช้แผนการผลิตนำการตลาดและการสร้างวินัยทางการเงิน จะเป็นทางออกที่ช่วยให้เกษตรกรไทยไม่ต้องกลับไปเป็นหนี้ซ้ำซาก แต่สามารถลุกขึ้นมาสร้างเศรษฐกิจใหม่ในชุมชนให้เข้มแข็งและลืมตาอ้าปากได้อย่างภาคภูมิใจในขวบปีที่ 28 นี้” เลขาธิการ กฟก. กล่าว








