มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผนึกกำลัง 5 ภาคีเครือข่าย เปิดโครงการวิจัย “EEC Water Alliance: รู้-รับ-รอด” เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พร้อมสร้างกลไกการมีส่วนร่วมจากภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และครัวเรือน
วันที่ 8 พ.ค.69 ผศ.ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มสมบุญชัย รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพย์สิน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานในงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการ “ECC Water Alliance : รู้ – รับ - รอด” เพื่อสร้างกลไกการเรียนรู้และบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) โดยมี รศ.ดร.วีระเกษตร สวนผกา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และภาคีเครือข่ายชั้นนำด้านการบริหารจัดการน้ำร่วมในงานแถลงข่าว ณ ห้อง 904 ชั้น 9 อาคารวิทยบริการ สำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการ “EEC Water Alliance : รู้-รับ-รอด” เกิดจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) โดย สำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต (สพร.) ผนึกกำลัง 5 ภาคีเครือข่ายชั้นนำด้านการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์ วอเตอร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์น้ำพร้อมทั้งสร้างกลไกการมีส่วนร่วมระหว่างภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และครัวเรือน อีกทั้งเพื่อลดช่องว่างด้านข้อมูลและสร้างความเข้าใจร่วมกันนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายรับมือวิกฤตน้ำภาคตะวันออกที่ปฏิบัติได้จริง
ผศ.ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มสมบุญชัย รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพย์สิน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สนับสนุนให้เกิดการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เรามีการทำวิจัยเกี่ยวกับน้ำ มหาวิทยาลัยมีความยินดีที่ได้ประกาศพันธสัญญาร่วมกับ 5 ภาคีเครือข่ายชั้นนำในการดูแลบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก เพื่อให้เกิดการใช้น้ำอย่างคุ้มค่ารองรับการใช้น้ำเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งจะมีการใช้น้ำในปริมาณมาก การรู้เท่าทันสถานการณ์ประกอบกับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่ดูแลเรื่องน้ำจะทำให้เรามีความพร้อมรับมือกับวิกฤตเกี่ยวกับน้ำที่อาจเกิดขึ้นได้
รศ.ดร.วีระเกษตร สวนผกา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า จากบทเรียนวิกฤตการณ์น้ำภาคตะวันออกปี 2548 ที่เกิดการประท้วงและขัดขวางการผันน้ำเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม จึงเป็นที่มาของโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการ “EEC Water Alliance : รู้-รับ-รอด” ในวันนี้ขึ้น ซึ่งเป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) ดึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาเป็น ‘นักวิจัยร่วม’ ไม่ใช่ ‘ผู้ถูกเก็บข้อมูล’ ผ่านกระบวนการ PAOR (Plan – Act – Observe – Reflect) ใน 4 โซนยุทธศาสตร์ ได้แก่ มาบตาพุด ปลวกแดง-บ่อวิน แหลมฉบัง และฉะเชิงเทรา ใช้หลักการ Data-Driven เชื่อมโยงข้อมูลน้ำจากทุกหน่วยงานให้เป็น ‘ชุดเดียวกัน’ ผ่านกลยุทธ์ รู้ รับ รอด พลิกวิกฤตน้ำ EEC สู่ความยั่งยืน ได้แก่
“รู้” – ข้อมูลชุดเดียวกันที่ถูกต้อง บูรณาการข้อมูลจาก 5 หน่วยงานหลักมาไว้ในที่เดียว และแปรสภาพข้อมูลดิบให้เป็นความรู้ที่ประชาชนเข้าถึงและเข้าใจได้ง่าย
“รับ” – มือวิกฤตด้วยเครือข่ายอัจฉริยะ พัฒนาโครงข่าย EEC Water Network และระบบ Water Grid ที่มีความยืดหยุ่นเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤต อาทิ ปรากฏการณ์เอลนีโญ
“รอด” – อย่างมั่นคงและยั่งยืน ยกระดับแนวทางปฏิบัติสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายระดับชาติ มุ่งให้ภาคอุตสาหกรรมและชุมชนโดยรอบเติบโตไปพร้อมกันอย่างสมดุล
โครงการนี้เป็น Role Model โดยมี output คือ ข้อเสนอเชิงนโยบายระดับประเทศ และชุดคู่มือปฏิบัติตัวในแต่ละกลุ่มคือ ภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และครัวเรือน และมี outcome คือเครือข่ายผู้นำ เครือข่ายผู้ใช้น้ำ และความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการน้ำ








