วันที่ 21 เมษายน 2569 จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์เกี่ยวกับสถานการณ์สวนส้มโอในพื้นที่ตำบลโนนทอง อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ ว่าได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศแห้งแล้งจนยืนต้นตายเป็นวงกว้างนั้น นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที ซึ่งพบว่าไม่ปรากฏกรณีส้มโอยืนต้นตายเป็นวงกว้างตามที่เป็นข่าว
โดยสถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ ซึ่งสภาพอากาศที่แห้งแล้ง อุณหภูมิสูง และความชื้นไม่เหมาะสม ส่งผลให้ส้มโอบางสวนมีอาการเหี่ยวเฉาชั่วคราวแต่ยังไม่ถึงขั้นยืนต้นตาย และไม่กระทบต่อภาพรวมของผลผลิต อีกทั้งในพื้นที่ยังมีแหล่งน้ำเพียงพอสำหรับการผลิตตลอดปี
สำหรับอาการที่พบในบางแปลงส่วนหนึ่งเกิดจากการจัดการสวน เช่น ต้นมีอายุมาก หรือขาดการบำรุงรักษา ส่งผลให้กิ่งแห้งและมีการสลัดผล อย่างไรก็ตามในช่วงวันที่ 17–19 เมษายน 2569 ได้มีฝนตกในพื้นที่ซึ่งช่วยเพิ่มความชื้นในดิน ลดอุณหภูมิสะสม และเอื้อต่อการฟื้นตัวของต้นส้มโอได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันเกษตรกรยังคงมีผลผลิตส้มโอนอกฤดูออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยมีพ่อค้ารับซื้อถึงพื้นที่ในราคาประมาณกิโลกรัมละ 18–20 บาท สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้ตามปกติ
อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยภูมิ และสำนักงานเกษตรอำเภอเกษตรสมบูรณ์ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมให้คำแนะนำเชิงวิชาการและสนับสนุนการจัดการสวนอย่างเหมาะสมเพื่อให้เกษตรกรรักษาคุณภาพผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง
โดยแนวทางการดูแลและฟื้นฟูสวนส้มโอในช่วงแล้ง เกษตรกรควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะช่วงออกดอกและติดผล ควบคู่กับการคลุมดินด้วยวัสดุธรรมชาติ เช่น ฟางข้าวหรือหญ้าแห้ง เพื่อลดการระเหยของน้ำ การกำจัดวัชพืชเพื่อลดการแย่งน้ำ การตัดแต่งกิ่งเพื่อลดการคายน้ำให้ต้นฟื้นตัวเร็ว การปลิดผลอ่อนในต้นที่โทรมเพื่อให้ต้นสะสมอาหารฟื้นฟูระบบรากและใบ
รวมถึงการเสริมปุ๋ยทางใบทุก 7–10 วันในช่วงที่ระบบรากยังทำงานไม่เต็มที่ และการเพิ่มธาตุอาหารรอง เช่น สังกะสี (Zn) และแมงกานีส (Mn) เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของใบใหม่ ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรทั้งด้านองค์ความรู้และปัจจัยการผลิตอย่างเหมาะสมต่อไป








