พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดงาน “จากพันธุกรรม สู่ความยั่งยืน” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า พร้อมเผยแพร่ความสำคัญของทรัพยากรไทยในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร และการพึ่งพาตนเองในยามวิกฤต
วันที่ 3 เม.ย.69 สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดงานมหกรรม “จากพันธุกรรม สู่ความยั่งยืน” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2569 โดยมีนางสาวอิงอร ปัญญากิจ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดเพื่อเผยแพร่ความสำคัญของทรัพยากรไทยอันเป็นมรดกทางธรรมชาติและรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ โดยสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงให้ความสำคัญกับการดูแล อนุรักษ์ และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวทางดังกล่าวเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและเป็นประโยชน์ต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างยั่งยืน โดยจัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จังหวัดปทุมธานี
พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า “การจัดงานในครั้งนี้เป็นการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาความหลากหลายทางชีวภาพให้คงอยู่อย่างสมดุล “การรักทรัพยากร คือ การรักชาติ รักแผ่นดิน” จึงเป็นหัวใจหลักในการถ่ายทอด องค์ความรู้ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ
ภายในงานจะได้สัมผัสไฮไลต์นิทรรศการและการเรียนรู้ที่หลากหลาย อาทิ นิทรรศการเทิดพระเกียรติ “ร้อยเรื่องไข่” สะท้อนความหลากหลายของสรรพชีวิตพื้น บ้านผ่านคำว่า “ไข่” อาทิ ไข่ผำ ไข่มดแดง และไข่จิ้งหรีด นิทรรศการ “พระมารดาแห่งศิลปาชีพไทย” เทิดไท้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถ่ายทอดความงดงามของลวดลายผ้าไหมไทย และการฟื้นฟูหัตถศิลป์ที่สร้างโอกาสและรายได้ให้แก่ชาวบ้านในชนบท นิทรรศการพิเศษจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานภาคีความร่วมมือ ภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ดำเนินงานสนองพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรไทย นิทรรศการเครือข่าย “กิน อยู่ รู้ รักษ์ ปกปักทรัพยากรไทย” นำเสนอผ่าน 9 ฐานการเรียนรู้มีชีวิตที่ให้ ผู้เข้าชมได้สัมผัสและทดลองจริง อาทิ ฐานรหัสสีแห่งพงไพร และภูมิปัญญาโอสถ เชื่อมโยงปัจจัย 4 เข้ากับวิถีชีวิตและการอนุรักษ์ มุ่งหน้าสู่ความยั่งยืนด้วยการ “สร้างทักษะ สร้างอาชีพ” ผ่านการอบรมกว่า12 วิชาของแผ่นดินและอบรมเชิงปฏิบัติการ ที่ไม่มีค่าใช้จ่าย มุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญเพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า อาทิ เทคนิคการจัดการน้ำบนพื้นที่สูงและการผลิตเอ็นไซม์เพื่อสุขภาพ พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนในกิจกรรม Wisdom Craft Coffee ที่เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรไทยได้แสดงศักยภาพการแปรรูปกาแฟคุณภาพ สู่การสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม
ชวนครอบครัวและคนรุ่นใหม่มาร่วมเรียนรู้วิถีเกษตรไทย และคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านนิทรรศการพิพิธภัณฑ์ ในหลวงรักเรา พิพิธภัณฑ์มหัศจรรย์พันธุกรรม พิพิธภัณฑ์ดินดล พิพิธภัณฑ์วิถีเกษตรไทย และพิพิธภัณฑ์เกษตรคือชีวิต เปิดให้เข้าชมฟรี ทั้ง 3 วัน พิเศษสุดกับกิจกรรม “สายใยเมล็ดพันธุ์จากมือผู้ให้ สู่ใจผู้รับ” ซึ่งมีการแจกฟรีพันธุกรรมพืชและเมล็ดพันธุ์หายากนานาชนิด อาทิ ต้นฝาง, ต้นชิงชี่, เมล็ดพันธุ์มะขามแดง, ฝักเพกา, มะแว้งต้น, มะเขือตอปิโด และมะเขือเทศพื้นบ้าน รวมถึงพืชหัวพื้นเมืองที่หาชมได้ยาก อาทิ มันอ้อน, มันมือเสือ และมันกะชากโลก เพื่อให้ประชาชนนำกลับไปสร้างคลังอาหารปลอดภัยในครัวเรือน (จำกัดจำนวนคนละไม่เกิน 5 ชนิดต่อวัน) พร้อมชม ช็อป ในโซนตลาดเศรษฐกิจพอเพียง รวบรวมสินค้าเกษตรปลอดภัย อาหารพื้นบ้านรสเด็ด และผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นของเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ทั่วประเทศกว่า 200 ร้านค้า ส่งตรงจากแหล่งผลิตถึงมือผู้บริโภคในราคาย่อมเยา เพื่อร่วมกันสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน”
ขอเชิญชวนพสกนิกรชาวไทยร่วมสัมผัสและค้นพบคุณค่าของทรัพยากรไทยได้ถึงวันที่ 5 เมษายนนี้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จังหวัดปทุมธานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 02-529-2212-13 หรือ www.wisdomking.or.th







