ARDA จับมือ สศก. เปิดเวทีด่วนรับมือความตึงเครียดตะวันออกกลาง เสี่ยงกระทบความมั่นคงอาหารไทย เร่งวางเกราะป้องกันต้นทุนพุ่ง–ห่วงโซ่อุปทานสั่นคลอน
วันที่ 30 มีนาคม 2569 สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเวทีระดมความเห็น “ผลกระทบและแนวทางรับมือวิกฤตการณ์สงครามต่อภาคเกษตรไทย” เพื่อประเมินผลจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเริ่มส่งผลต่อความมั่นคงอาหารและต้นทุนการผลิตของไทยอย่างชัดเจน ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมฯ โดยมีนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการ ARDA นายชวลิต ชูขจรประธานกรรมการ ARDA ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการ ARDA นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และมีผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐ–เอกชน เข้าร่วมอย่างคับคั่ง ณ ห้องประชุมพึ่งบุญฯ ชั้น 8 อาคารวิสัยทัศน์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
ภายหลังการเปิดการประชุมฯ นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการ ARDA ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษสะท้อนผลกระทบของภาคการเกษตรไทยจากภาวะสงคราม ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงาน
ปุ๋ย สารเคมีการเกษตร เมล็ดพันธุ์ และค่าขนส่งเพิ่มขึ้นทั่วภูมิภาค ขณะที่นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการ สศก.ได้นำเสนอภาพรวมผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์และแนวทางการรับมือของภาคเกษตรในสถานการณ์ที่คาดเดาได้ยากมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีการระดมความเห็นจากผู้แทนหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการเกษตร เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางรับมือวิกฤตในทุกมิติ โดยเฉพาะภาคเกษตรไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเชิงระบบ โดยมีประเด็นความเห็นสำคัญ ดังนี้ ได้แก่
• ระยะสั้น: บริหารจัดการปริมาณสินค้า–ปัจจัยการผลิตให้มีประสิทธิภาพ กระจายความเสี่ยงของต้นทุน รวมถึงปรับรูปแบบการผลิตให้ตอบสนองความต้องการตลาดแบบทันการณ์
• ระยะกลาง–ยาว: ปรับโครงสร้างสู่ การเกษตรที่ขับเคลื่อนด้วยตลาด (market-driven agriculture) เพิ่มมูลค่าสินค้า ขยายโอกาสทางการค้า และยกระดับประสิทธิภาพผ่านเทคโนโลยี–นวัตกรรม
• เดินหน้าพัฒนาโลจิสติกส์–ห่วงโซ่อุปทานให้เข้มแข็ง ลดการพึ่งพาต่างประเทศ และเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบอาหารไทย
• ใช้ข้อมูลตลาดเป็นตัวกำหนดการผลิต (data-driven production) และเตรียมแผนรองรับสถานการณ์แบบ scenario-based planning เพื่อพร้อมรับเหตุฉุกเฉินทุกรูปแบบ
ARDA ย้ำบทบาทการขับเคลื่อน งานวิจัยเกษตรเชิงนโยบาย (policy-driven research) เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้จากงานวิจัยไปสู่การกำหนดนโยบายและการใช้ประโยชน์เชิงปฏิบัติจริง โดยเฉพาะการสนับสนุนการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ของภาครัฐในสถานการณ์เปลี่ยนผ่านของโลก การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ภาคเกษตรไทยต้องเร่งเดินหน้าปรับตัวเชิงระบบ โดย ARDA พร้อมเป็นศูนย์กลางความร่วมมือระหว่างงานวิจัย ผู้ประกอบการ เกษตรกร
และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ไปต่อยอดใช้ในพื้นที่จริงอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างเกราะป้องกันด้านความมั่นคงอาหารให้แข็งแรง รองรับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และทำให้ภาคเกษตรไทยยืนหยัดอย่างมั่นคงในระยะยาวต่อไป








