กรมการข้าวสืบสานพระราชปณิธาน "สมเด็จพระพันปีหลวง" เดินหน้ายกระดับชาวนาไทย พัฒนาข้าวครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมต่อยอดนวัตกรรม วิจัยเชิงพื้นที่ และสร้างศูนย์ข้าวชุมชน เสริมความเข้มแข็งภาคเกษตรไทยอย่างยั่งยืน
วันที่ 18 มี.ค.69 นางกรณิศ ตั้งคณาทรัพย์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการพระราชดำริ กรมการข้าว เปิดเผยถึงการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนาไทยและพัฒนาข้าวอย่างครบวงจรว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดตั้งกรมการข้าวขึ้นใหม่อีกครั้งเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2549 เพื่อให้เป็นหน่วยงานหลักในการดูแลรับผิดชอบเรื่องข้าวโดยเฉพาะ โดยทรงให้ความสำคัญตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ทั้งในด้านการงานวิจัย การปรับปรุงพันธุ์ การส่งเสริมการผลิต การแปรรูป ตลอดจนการหาช่องทางการตลาด เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรทั่วประเทศอย่างยั่งยืน
หนึ่งในโครงการสำคัญที่สะท้อนถึงความห่วงใยในความเป็นอยู่ของพสกนิกรคือ "โครงการฟาร์มตัวอย่าง" ในพื้นที่สูงและถิ่นทุรกันดาร ซึ่งเน้นการสร้างความมั่นคงทางอาหารเป็นหลัก โดยมีการปรับปรุงพันธุ์ข้าวพื้นเมืองให้เป็นพันธุ์บริสุทธิ์ เพื่อให้เกษตรกรมีข้าวคุณภาพดีไว้บริโภค พร้อมทั้งส่งเสริมให้ชาวเขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการปลูกฝิ่นมาเป็นการปลูกข้าวแทน นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้ง "ธนาคารชุมชน" เพื่อเป็นแหล่งเก็บสะสมเมล็ดพันธุ์ดี ช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงปัจจัยการผลิตที่สำคัญที่สุดได้อย่างทั่วถึง เพราะเมล็ดพันธุ์คือจุดเริ่มต้นของการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพข้าวไทยให้คงอยู่คู่สังคมจนถึงปัจจุบัน
ทั้งนี้ ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ กรมการข้าว โดยกองประสานงานโครงการพระราชดำริ ยังได้น้อมนำแนวพระราชดำริมาต่อยอดผ่าน "การวิจัยเชิงพื้นที่" เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุดตามความต้องการของชุมชนโดยการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ พัฒนาออกมาเป็นเทคโนโลยีที่เกษตรกรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในพื้นที่ของตนเอง ซึ่ง การดำเนินงานเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้ แต่ยังมุ่งเน้นการสร้าง "ศูนย์ข้าวชุมชน" ที่เข้มแข็งเพื่อให้ชาวนาสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ตามหลักการสืบสาน รักษา และต่อยอด ที่เป็นหัวใจสำคัญในการทำงานของหน่วยงาน
รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการพระราชดำริ กล่าวทิ้งท้ายว่า การพัฒนาข้าวไทยยังคงก้าวต่อไปอย่างมั่นคงด้วยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระพันปีหลวง รวมถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่ทรงเห็นคุณค่าของข้าวในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมและรากฐานสำคัญของชาติ ดังพระราชดำรัสที่ว่า "ยังไงเราก็ต้องปลูกข้าวเพราะไทยไม่ใช่เพียงผู้บริโภคแต่คือผู้ผลิตหลักของโลก" กรมการข้าวจึงพร้อมที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนวิถีชาวนาไทยให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลง โดยใช้นวัตกรรมและการแปรรูปมาสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้ข้าวไทยและชาวนาไทยเติบโตอย่างมีเกียรติและยั่งยืนสืบไป








