พ่อค้าแม่ค้าบุรีรัมย์ผิดหวัง! สต๊อกของรอ “ไทยช่วยไทยพลัส” เดือนใหม่แต่ลูกค้าเบาบาง ต้นทุนยังพุ่ง

ภูมิภาค1 ก.ค. 2569 • 19:57 น.
พ่อค้าแม่ค้าบุรีรัมย์ผิดหวัง! สต๊อกของรอ “ไทยช่วยไทยพลัส” เดือนใหม่แต่ลูกค้าเบาบาง ต้นทุนยังพุ่ง


ร้านค้าในตลาดสดเทศบาลนครบุรีรัมย์  โอดสั่งของมาเพิ่มไว้ขายรองรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 รอบเดือนใหม่  แต่ผิดคาดคนซื้อเบาบาง  คาด ปชช.อาจไม่มีเงินเติมเข้าแอปเป๋าตัง  ซ้ำราคาของแพงขึ้น  ขณะร้านค้าต้องแบกรับต้นทุนค่าขนส่ง และบรรจุภัณฑ์ พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรหดหาย  ทั้งยังถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น  จึงอยากให้รัฐบาลหามาตรการลดราคาน้ำมัน และสินค้า


วันที่ 1 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศร้านค้าปลีก ค้าส่ง และร้านจำหน่ายอาหารทะเลในตลาดสดเทศบาลนครบุรีรัมย์  เงียบเหงาผิดความคาดหมาย ทั้งที่หลายร้านสั่งของมาเพิ่มขึ้นจากปกติ   เพื่อไว้รองรับจำหน่ายตามโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 รอบใหม่  ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 จำนวน 1,000 บาท ให้กับผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการ   แต่วันนี้กลับมีประชาชนมาใช้สิทธิ์ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส   ซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคในตลาดค่อนข้างบางตา   ไม่คึกคักเหมือนที่คาดการณ์เอาไว้    
   


โดยพ่อค้าแม่ค้าคาดว่า อาจจะเป็นเพราะประชาชนบางส่วนยังไม่มีเงินเติมเข้าแอปเป๋าตังในส่วนของตัวเอง ประกอบกับช่วงนี้ราคาสินค้า อาหารเกือบทุกอย่างแพงขึ้น  อย่างเช่น  ไข่ไก่ ซึ่งเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมจากประชาชนซื้อไปประกอบอาหาร  ปรับขึ้นถึงแผงละ 10 – 15 บาท   ขณะที่ ร้านค้าต้องแบกรับภาระต้นทุนทั้งค่าขนส่งจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น  และบรรจุภัณฑ์ เช่น ถุงพลาสติก  และกล่องโฟม  ก็แพงขึ้นด้วย   


น.ส.บุญราศี   ศรีพลัง  แม่ค้าอาหารทะเล  และนายวุฒิพงษ์   พิริยะ  พ่อค้าร้านค้าส่งอาหารแห้ง ในตลาดสดเทศบาลนครบุรีรัมย์   ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า  โครงการไทยช่วยไทยพลัสช่วยกระตุ้นยอดขายได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น     เพราะราคาสินค้า  ต้นทุนค่าขนส่ง และบรรจุภัณฑ์แพงขึ้นต่อเนื่อง  ทำให้พ่อค้าแม่ค้าแทบไม่มีกำไร   แต่กลับถูกเรียกเก็บภาษีตามยอดเงินที่โอนเข้า  ซึ่งไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ร้านค้าต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น หากเป็นไปได้จึงอยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคาน้ำมัน  และสินค้าถูกลงมากกว่า   เพราะถึงแม้จะมีโครงการไทยช่วยไทยพลัสมากระตุ้น  แต่หากของแพงต้นทุนสูงขึ้นก็แทบไม่เหลือกำไรเลย