วันที่ 8 ก.ค.69 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า“คำพูดเป็นนาย คนจริงต้องรักษาคำมั่นสัญญา”
ฝากถึงผู้บริหาร JAS และ MONO กับสิทธิในการรับชมฟุตบอลโลกของพี่น้องประชาชนชาวไทย
จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์และตัวเลขหน้าเสื่อที่แฟนบอลชาวไทยกำลังจับตามอง เกี่ยวกับโควตาการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 แบบ "ฟรีทีวี" ที่ทาง MONO และ JAS เคยให้คำมั่นสัญญาต่อสาธารณชนและปฏิญาณประชาคมไว้ในวันแถลงข่าวว่าจะให้ประชาชนได้รับชมฟรี “มากกว่า 40 แมตช์”
วันนี้ผมให้ทีมงานลองกางตารางประมวลผลและคำนวณตัวเลขสะสมจริง ๆ ตั้งแต่วันเปิดสนามมาจนถึงนัดที่ฝรั่งเศสชนะโมร็อกโก 2-0 เมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา รู้ไหมครับว่าพี่น้องชาวไทยได้ดูฟรีทีวีไปทั้งหมดกี่นัด?
คำตอบคือ เพิ่งจะได้ดูฟรีไปเพียงแค่ 32 แมตช์เท่านั้นเองครับ
เมื่อหันไปมองจำนวนแมตช์การแข่งขันที่เหลืออยู่จนถึงนัดชิงชนะเลิศ ทัวร์นาเมนต์นี้เหลือเกมให้ลงเตะอีกเพียงแค่ 7 นัดสุดท้าย เท่านั้น นั่นหมายความว่า หากสถานียังคงปล่อยผังตามระบบเดิม ยอดรวมแมตช์ฟรีทีวีก็ไม่มีทางแตะ 40 นัดตามที่เคยประกาศสัญญาประชาคมไว้ได้อย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น หลักฐานฟ้องชัดเจนจากผังการถ่ายทอดสดล่าสุด
ในค่ำคืนนี้... แมตช์หยุดโลกรอบ 8 ทีมสุดท้ายระหว่าง "สเปน พบ เบลเยียม" ซึ่งเป็นคู่บิ๊กแมตช์ระดับห้าดาวที่พ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนควรจะได้รับชมผ่านฟรีทีวีอย่างทั่วถึง แต่กลับกลายเป็นว่าคู่นี้ "ไม่ถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวี" ถูกจำกัดสิทธิ์ให้ดูได้แค่เฉพาะผู้ที่เสียเงินสมัครแอปพลิเคชันเท่านั้น
และในวันรุ่งขึ้น... คู่หยุดโลกอีกคู่ระหว่าง "อังกฤษ พบ นอร์เวย์" ก็ยังคง "ไม่ถ่ายทอดสดผ่านช่องฟรีทีวีอีกเช่นกัน"
การจงใจปิดกั้นคู่บิ๊กแมตช์ติดต่อกันขนาดนี้ มันทำให้ตัวเลขการันตี 40 นัด "เป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ" ท่านอาจจะ "หลงลืม" หรือเกิดความ "ผิดหลง" ในผังรายการที่เคยลั่นสัจจะวาจาไว้กับประชาชน
ในฐานะที่บริษัทของท่านเป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ สิ่งสำคัญที่สุดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยคือ "หลักธรรมาภิบาล (Corporate Governance)" การรักษาคำพูดที่เป็นสัญญาประชาคมต่อประชาชน ถือเป็นความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่งต่อทั้งสังคมและผู้ถือหุ้น บรรทัดฐานความซื่อสัตย์สุจริตและการตรงไปตรงมาคือหัวใจของธุรกิจมหาชน
ผมยังเชื่อเสมอว่า “คำพูดเป็นนาย” และ “Gentleman's Word” คือรากฐานสำคัญของความน่าเชื่อถือในโลกธุรกิจและสังคม
ผมจึงขอออกมาเป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนทวงสิทธิ์จากแฟนบอลชาวไทย เพื่อให้ผู้บริหาร JAS ได้ระลึกถึงวันที่ท่านเคยลั่นสัจจะวาจาหรือสัญญาประชาคมไว้กับพี่น้องประชาชนคนไทย และส่งสัญญาณเตือนด้วยความหวังดีว่า... "ท่านต้องไม่ลืมคำมั่น! ตั้งแต่นัดที่เหลือต่อจากนี้ไป รวมถึงบิ๊กแมตช์ในค่ำคืนนี้และวันพรุ่งนี้ ทาง MONO และ JAS ควรพิจารณาจัดสรรให้มีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้ชมฟรีผ่านทีวีดิจิทัล" เพื่อทำตามสัญญาและแสดงความจริงใจรักษาสัจเจที่เคยให้ไว้กับคนไทยทั้งประเทศ
เพราะฟุตบอลโลกไม่ใช่เพียงการแข่งขันในสนาม แต่คือความสุขร่วมกันของคนไทยทั้งประเทศครับ มาร่วมติดตามกันต่อไปว่าผู้บริหารจะลงมาแก้ไขข้อผิดพลาดนี้เพื่อให้คำมั่นสัญญาเป็นคำมั่นสัญญาที่แท้จริงหรือไม่








